เข้าระบบอัตโนมัติ

กระบี่อสูร ต๊กโกวคิ้วป่าย

ต๊กโกว, กระบี่มาร, ต๊กโกวคิ้วป่าย, ต๊กโกวฉิวป่าย

           กระบี่อสูร ต๊กโกวคิ้วป้าย เป็นตัวละครที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในเรื่องแต่กลับมีการพูดถึงตัวละครนี้อย่างกว้างขวาง ตามเวลาในเรื่อง คาดว่าต๊กโกวฉิวป้ายมีชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่าง เรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า กับเรื่องมังกรหยก

           แม้จะไม่ได้มีชีวิตอยู่ในเรื่องแต่เรื่องราวของเขาได้ถ่ายทอดผ่านสิ่งที่เขาทิ้งไว้ ทั้งที่เป็นวัตถุ คือกระบี่กับคำจารึก และสิ่งมีชีวิตนั้นคือ อินทรีวิเศษ เอี้ยก้วยได้รู้จักต๊กโกวคิ้วป่ายจากอินทรีวิเศษนี้เอง อินทรีวิเศษได้ชักนำเอี้ยก้วยเข้าสู่หุบเขาไปจนพบถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำนั้นตื้นยิ่งเดินเพียงสามวาก็สุดทาง ภายในมีเพียงโต๊ะหินตัวหนึ่ง ด้านมุมมีกองหินกองอยู่คล้ายเป็นหลุมฝังศพ ตรงผนังถ้ำจารึกไว้ด้วยข้อความดังนี้

           'ท่องยุทธจักรสามสิบกว่าปี สังหารศัตรูอริราช โค่นวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ทั่วทั้งโลกหล้าไร้คู่มือต่อต้าน ยามอับจนปัญญา ได้แต่เร้นกายพำนักในหุบเขาลึก มีอินทรีเป็นเพื่อน โออนิจจาในชีวิตคิดแสวงหาคู่มือสักคนยังไม่พบพาน นับว่าความปล่าเปลี่ยวอ้างว้างสุดทนทาน'
           ลงชื่อ เกี่ยมม้อ (กระบี่อสูร) ต๊กโกวคิ้วป่าย

           จากข้อความที่จารึกแม้ไม่มีพยานยืนยันว่า ไร้ผู้ต่อต้านจริงดังที่กล่าวอ้างหรือไม่ แต่ก็มีสิ่งที่พอจะเป็นหลังฐานยืนยั้นถึงพลังฝีมือของคนผู้นี้ ว่ามิใช่ชนชั้นธรรมดา นั้นคือ แนวทางการฝึกวิชาที่เขาหลงเหลือทิ้งไว้ให้ไว้กับอินทรีวิเศษ ซึ่งต่อมาเอี้ยก้วยได้ใช้แนวทางการฝึกนี้สามารถบรรลุถึงขั้นสุดยอดของวิชากระบี่ได้ จากตรงนี้น่าจะพอยืนยันได้ส่วนหนึ่งว่าข้อความที่จารึกไว้มิใช่จอมปลอม

สุสานกระบี่

           อีกสิ่งที่ต๊กโกวคิ้วป่ายได้ทิ้งไว้ และยืนยันถึงการมีตัวตนและระดับพลังฝีมือในเชิงกระบี่ของเขา นั้นคือสุสานกระบี่ สุสานกระบี่ตั้งอยู่บนแทนหินที่ยืนออกมาจากหน้าผาสูงชัน จารึกข้อความไว้ว่า

           'กระบี่อสูรต๊กโกวคิ้วป่าย เมื่อพิชิตทั่วแผ่นดินไร้ผู้ต่อต้าน จึงฝังกระบี่ไว้สถานที่นี้ โอ้อนิจจา เหล่าผู้กล้าอับจนวิธี เสียทีที่กระบี่คมกล้า เป็นที่น่าอนาถใจ'

           เอี้ยก้วยเมื่อเห็นข้อความก็รู้สึว่าผู้อวุโสท่านนี้มีนิสัยทระนงถือดี ท่องเที่ยวเพียงลำพัง มีส่วนคล้ายกับนิสัยใจคอของเขา สุสานกระบี่ก็ครอบครองชัยภูมิที่ดี คาดว่าคนผู้นี้ปราดเปรื่องทั้งบุ๋นและบู๋ มีปณิธานเหนือคนธรรมดา นับเป็นยอดคนที่น่าเลื่อมใส

           ในสุสานกระบี่มีกระบี่วางเรียงอยู่บนแท่นหินเขียว กระบี่ที่วางเรียงมีสามเล่ม ระหว่างเล่มแรกกับเล่มที่สองขั้นไว้ด้วยแผ่นหินแท่งยาวแท่งหนึ่ง ใต้กระบี่แรกได้สลักอังษรไว้ว่า

           'เกรี่ยวกราดรุนแรง ทำลายล้างทุกสิ่ง เมื่อวัยหนุ่มฉกรรจ์ ใช้ชิงชัยกับเหล่าผู้กล้าแคว้นฮ่อซวก'

           ลักษณะกระบี่มีความยาวประมาณสี่เชียะ เปร่งประกายสีเขียว นับเป็นศัสตราวุธคมกล้า ถัดมาเป็นแท่งหิน เมื่อยกขึ้นมีข้อความจารึกไว้ว่า

           'กระบี่อ่อนกุหลาบหนูม่วง ใช้ก่อนอายุสามสิบ พลั้งมือทำร้ายผู้กล้าฝ่ายธัมมะ ถือเป็นสิ่งอัปมงคล โยนทิ้งลงสู่ก้นหุบเหว'

           ตรงนี้นับเป็นอีกหนึ่งความแยบยลในการเขียนของท่านกิมย้ง เรื่องกระบี่ที่ทิ้งเหวไปนี้ไม่มีผลอะไรกับเนื้องเรื่องแม้แต่น้อย แต่เป็นวิธีการที่กิมย้งทำให้ตัวละครที่ไม่มีตัวตนดูมีเรื่องราวทีมา และจากจุดนี้เองก็มีหลายท่าน ได้นำกระบี่เล่มที่สองนี้ไปแต่งเพิ่มเป็นเรื่องราว ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคนจะจิตนาการ

           กระบี่เล่มที่สาม เป็นกระบี่สีดำมีน้ำหนักมาก ปลายโค้งมนไม่มีคม กระบี่แบบนี้ไหนเลยใช้ได้คล่องแคล่วถนัดมือ แต่ใต้กระบี่กลับจารึกไว้ว่า

           'กระบี่หนักไร้คม ใช้ได้คล่องแคล่ว ฝีมือการสร้างไม่ประณีต ก่อนอายุสี่สิบใช้พิชิตทั้วแผ่นดิน'

           เอี้ยก้วยครุ่นคิด เพลงกระบี่ทั่วหล้าล้วนยืดความรวดเร็วเป็นหลัก กระบี่หนักอึ่งนี้ไม่ทราบใช้อย่างไร เมื่อนึดถึงยอดคนครั้งอดีต อดเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอยมิได้

           กระบี่สุดท้าย เอี้ยก้วยคิดว่ายิ่งต้องหนักกว่าเดิม จึงเกรงลมปราณสู่แขนซ้าย แต่พอยกมากลับเบาหวิว ที่แท้เป็นเพียงกระบี่ไม้เปื่อยผุ จารึกไว้ว่า

           'หลังอายุสี่สิบปี ไม่ยึดติดกับวัตถุ แม้แมกไม้ไผ่หินล้วนถือเป็นกระบี่ได้ นับแต่นี้พากเพียรฝึกปรือ เริ่มเข้าสู่ห้วงไร้กระบี่เหนือกว่ามีกระบี่ '

           เอี้ยก้วยวางกระบี่ลงอย่างนอบน้อม ทอดถอนใจยาว กล่าวว่า 'ยอดวิชาของผู้อวุโส สุดที่ผู้คนจะคาดคำนวนได้'

วิชากระบี่ของต๊กโกวคิ้วป่าย

           กระบี่อสูรได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว เอี้ยก้วยจึงเรียนรู้วิชานี้ผ่านทางอินทรีวิเศษ วิชากระบี่ของกระบี่อสูรนี้ผิดแผกแตกต่างไปจากหลักกระบี่ทั่วไป มีความประหลาตรงที่ไม่มีกระบวนท่า ไม่มีความซับซ้อนอันได้ กิมย้งได้บรรยายถึงแนวทางกระบี่ไว้ดังนี้

ยิ่งกระบวนท่าหาความพิษดารไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามยิ่งยากต้านทานรับไว้ สมมุติเช่นเสือกกระบี่แทงตรง ขอเพียงใช้พลังกล้าแข็งดุดัน อานุภาพยังเหนือล้ำกว่าท่ากระบี่ที่พลิกแพลงพิสดารเช่นเพลงกระบี่สุรางคนางค์
เล่ม 3 หน้า 334

           เนื่องจากเพลงกระบีไม่มีความซับซ้อนนี่เอง แม้อินทรีวิเศษจะพูดไม่ได้ แต่เอี้ยก้วยก็สามารถศึกษาผ่านแนวทางการฝึก จนเข้าใจหลักของกระบี่ เมื่อผ่านไปเดือนเศษ เอี้ยก้วยฝึกฝนกระบี่หนักจนคล่องแคล่ว เมื่อมีพลังฝีมือถึงขึ้นนี้ คล้ายกับขึ้นสู่ภูเขาไท้ซัว เห็นว่าใต้หล้าเล็กยิ่ง หวนนึกถึงวิชาฝีมือที่ร่ำเรียนมา กลายเป็นไร้คุณค่าความหมายแล้ว

           ภายหน้ามีกำลังภายในเพิ่มพูนกระบี่ที่ใช้จะมีน้ำหนักเบาลงเรื่อยๆ นั่นเพราะพลังการฝึกปรือ ขึ้นอยู่กับการเพาะสร้างด้วยตนเอง ด้านเพลงกระบี่กลับบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว หวนนึกถึง ต๊กโกวคิ้วป้ายไม่หลักแหล่งพึ่งพา กลับสามารถครุ่นคิดถึงขอบเขตขั้นสูงสุดของเพลงกระบี่เช่นนี้ นับว่ามีสติปัญญาความเฉลียวฉลาดล้ำเลิศ



           หากว่ากันไปตามจริงแล้ว เนื้อหาเรื่องราวของต๊กโกวคิ้วป่ายมีอยู่เพียงน้อยนิด ตลอดทั้งเรื่องมีการพูดชื่อ ต๊กโกวคิ้วป่ายเพียงไม่กี่ครั้ง จึงเป็นเรื่องยากที่จะบ่งบอกถึงระดับของพลังฝีมือที่แท้จริงของเขา หากเปรียบเทียบจากเฉพาะข้อมูลที่มีในเรื่อง วิชากระบี่ของต๊กโกวคิ้วป่าย ย่อมจะไม่ด้อยไปกว่าเอี้ยก้วย แต่จะเทียบเท่าหรือเหนือล้ำไปกว่ามากน้อยเท่าใดมิมีใครทราบได้ ทุกอย่างล้วนเป็นการจินตนาการของผู้อ่านเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะจินตนาการเทิดทูนไว้อย่างสูงล้ำ

           อีกสาเหตุที่ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง อาจเป็นเพราะนอกจากในเรื่องมังกรหยกแล้ว ชื่อของต๊กโกวคิ้วป่ายยังไปโผล่ในเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร อีกนิยายเรื่องดังของกิมย้ง แม้ไม่มีหลักฐานใดยืนยัน ว่าเป็นต๊กโกวคิ้วป่ายคนเดียวกันหรือไม่ แต่ผู้อ่านส่วนใหญ่ก็ตีความไปว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน โดยทั้งสองเรื่องตัวละครต๊กโกวคิ้วป่ายทำหน้าที่อย่างเดียวกัน คือเป็นตำนานของวิชากระบีที่สือทอดมายังตัวละครเอกของทั้งสองเรื่อง และด้วยฐานะนี้ จึงทำให้ตัวละครที่ไม่มีตัวตนอยู่ในทั้งสองเรื่อง ได้รับการพูดถึงมากกว่าตัวละครบางตัวที่มีชีวิตอยู่ในเรื่องเสียอีก


หากต้องการนำข้อมูลออกไป กรุณาให้เครดิตและทำ link กลับมาที่เว็บนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
https://www.yodyut.com/19/กระบี่อสูร-ต๊กโกวคิ้วป่าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง