เข้าระบบอัตโนมัติ

หนังผีไทยที่น่ากลัวในอดีต


  • 1
  • 2
เจ้านางละอองคำ
#1   [ 31-01-2009 - 11:59:31 ]




เพลงเจ้านาง ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร์

ใจฝันใฝ่หมายจะหาความรักมาทดแทน
กลับเจอความเจ็บแค้นบาดใจ จนฝังจำ
ไว้เป็นรอยบอบช้ำและยากเกินจะเลือน

ทำทุกอย่างเพียงบอกย้อนรอยแค้นสนองคืน
อาจบางคราวต้องฝืนแต่ใจคอยย้ำเตือน
ทั้งวิญญาณเสมือนสิงด้วยปีศาจทราม

* แต่ความรักไม่สลาย แม้จนวันสุดท้ายจึงเกิดคำถาม
กรรมอาจย้อนติดตาม คนเขาประณามเกลียดชังไร้ค่า
ทนเจ็บทนความเหว่ว้า เช็ดน้ำตาปลอบขวัญตัวเองต่อไป (ซ้ำ *)



http://www.imeem.com/people/EB9EZ9l/music/FjRlR1IY//
ลิงค์ฟังเพลงค่ะ

________________________________________________

เรื่องราว เจ้านาง นี้เคยถูกสร้างเป็นละครทีวี ช่อง 5
ถ้าท่านผู้อ่านอายุประมาณ20 กว่าๆน่าจะเคยได้ดูผ่านๆตามาบ้างแล้ว
แต่ละอองคำรู้สึกประทับใจเรื่องนี้มาก
ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งกายในยุคนั้นของเจ้าชาวเหนือ.
..เพลงประกอบเรื่องราว ที่คุณจรัญ มโนเพชร ได้ขับร้องไว้.......
ไพเราะมากค่ะ...ยากที่จะลืมได้ลง...






ก่อนจะไปอ่านเรื่องราวของปอบเจ้านาง ละอองคำมีเกร็ดความรู้เรื่อง
การบูชาผีปู่ย่า (ปู่จาผีป้อหม่อนแม่หม่อน) มาฝากค่ะ จะได้เพิ่มอรรถรส

...

คนเหนือ มักจะเรียกตัวเองว่า คนเมือง งั้นละอองคำขอเรียกเผ่าพันธุ์ตัวเองว่าคนเมืองนะค่ะ

คนเมือง เป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมจากดินแดนยูนนานทางตอนใต้ของจีน
โดยตรง ดังนั้นประเพณีบางอย่างที่ปรากฏจึงละม้าย คล้ายกับประเพณี
ของชนชาวจีน เช่นการใหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษของจีนในวันปีใหม่
หรือที่เรารู้จักกันดีคือ ตรุษจีน

คนเมืองเชื่อว่าในแต่ละสกุลจะมีผีปู่ย่าคุ้มลูกคุ้มหลานอยู่
โดยผู้ที่จะไหว้สาผีปู่ย่า หรือคนยกขัน นั้นจะต้องเป็นลูกสาวคนโตของ
ตระกูล โดยจะสืบทอดขันดอกกันรุ่นต่อรุ่น
แต่หากลูกสาวคนโตไปไหว้สาผีอื่น หรือพูดง่ายๆ ก็คือไปเป็นม้าทรง
ของผีอื่น............ผีปู่ย่าจะไม่รับให้ยกขัน ดังนั้นต้องเป็นลูกสาวคนรอง
ทำหน้าที่ต่อไป
หากผีปู่ย่าแรง คนยกขันอาจได้เป็นถึงขั้น ม้าทรงผีปู่ย่า

..

ในรูปคือหอผีปู่ย่า ที่จะมีในบ้านของคนยกขัน (ผู้สืบทอด)

หากตระกูลใหญ่เกินไป จะมีการแบ่งผีปู่ย่าเพื่อไปไหว้สาสืบไป
ในบางตระกูล ผีปู่ย่าอาจจะเป็นผีกะ (ผีปอบ) แต่จริงๆแล้ว
ผีกะถือว่ามีอาคมสูงกว่าผีปอบ ยิ่งถ้าเป็นผีกะยักษ์ยิ่งแล้ว

หากตระกูลใดมีผีปู่ย่าเป็นผีกะ ผู้สืบทอดเท่านั้นจะล่วงรู้ เก็บเป็นความลับ
และต้องไหว้สาบูชาด้วยไข่ดิบ หรือเลือด ทุกวัน มิให้หิวโหย
เพราะหากผีปู่ย่าหิวโหย ก็จะไปสิงสู่กินตับไตชาวบ้าน และแจกจ่ายชื่อ
ลูกหลานให้ได้รับความอับอาย
หรือหากผู้สืบทอดโกรธ เกลียดใครมากๆ ผีกะก็จะไปสิงสู่คนๆนั้น
แต่หากเลี้ยงดี ผีกะจะให้คุณ ข้าวในนาจะงอกงามไม่มีแมลงรบกวน
น้ำท่าจะสะอาด บ้านเรือนจะร่มเย็น นับว่าเป็นผลตอบแทนที่คุ้ม



ในแต่ละปีจะมีการไหว้ผีปู่ย่าหนึ่งครั้ง อารมณ์เดียวกันกับตรุษจีน
โดยจะเป็นเดือนไหนนั้น ก็แล้วแต่ว่าผีจะลงมาเดือนไหน
อย่างผีปู่ย่าของละอองคำนั้นจะเลี้ยงกันเดือนสี่ (มกราคม) กินไก่
ก็ต้องมีการเชือดไก่บูชาผี (แต่ผีปู่ย่าข้าเจ้าไม่ได้เป็นผีกะนะ)



ต่อไปจะเป็นเนื้อเรื่องของภาพยนต์ไทย ในอดีต เรื่อง "เจ้านาง" ค่ะ








เจ้านางละอองคำ
#2   [ 31-01-2009 - 12:05:48 ]

เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มต้นที่เมืองนาย เมืองนายเป็นเมืองในปกครองของ
นพบุรีศรีพิงคนครเชียงใหม่ ปัจจุบันเมืองนี้ขึ้นกับเมืองเชียงตุง รัฐไทยใหญ่
"เมืองนาย" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ "เมืองปั่น" ในสมัยราชวงศ์มังราย"เมืองนาย"
เป็นเมืองลูกของเชียงใหม่ เนื่องจากพญามังรายได้ส่งราชโอรสพระนาม
"ขุนเครือ"มาปกครอง"เมืองนาย"
และกษัตริย์เชียงใหม่องค์สุดท้ายของราชวงศ์มังรายคือพระแม่เจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์
ไพร่ฟ้าเมืองเชียงใหม่ก็กราบทูลเชิญมาจาก"เมืองนาย"
และเมืองนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเชียงใหม่เป็นระยะทางตามสายน้ำแตง
สายน้ำทา สายน้ำจ้อด "ท่าผาแดง"เมืองปั่น เมืองนาย ประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร
และเมืองนี้ถูกพระเจ้ากรุงอังวะยกกองทัพเข้ามายึดครอง สมเด็จพระนเรศวรฯจึงกรีธาทัพจากอยุธยา
มายังเมืองเชียงใหม่เพื่อจะยึดเอาเมืองนายกลับคืนและเป้าหมายสุดท้ายคือบดขยี้พระเจ้าอังวะ แต่ทว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อนขณะอยู่ในระหว่างการเดินทัพออกจากเชียงใหม่มุ่งหน้าไปยัง
"เมืองนาย" ช่วงระหว่างเมืองเชียงใหม่กับแม่น้ำสาละวิน


เมืองนายเป็นเมืองที่มีอยู่จริงค่ะ


..

ในปี ๒๔๒๕ เจ้าขุนโส่ยจี่ เจ้าฟ้าเมืองนาย ก็นำทัพไทใหญ่ขับไล่พม่า ออกไปให้พ้นจากเขตเมืองนาย





เจ้านางละอองคำ
#3   [ 31-01-2009 - 12:14:49 ]

เจ้าฟ้าเมืองนาย มีราชบุตร ราชธิดา อยู่ ๔ องค์ คือ
๑. เจ้าล่าฟ้า เกิดแต่พระมหาเทวี
๒. เจ้านางละอองคำ เจ้านางที่เกิดแต่มหาเทวี
๓. เจ้านางปิ่นเมือง เจ้านางที่เกิดแต่เจ้านางเมืองป๋อน
๔. เจ้านางรุ้งแก้ว เจ้านางที่เกิดแต่มหาเทวี

เจ้าพี่น้องทั้ง ๔ เป็นลูกต่างพระมรรดากัน เป็นธรรมเนียมเดิมของเจ้าทางล้านนา
จะอภิเษกสมรสกันได้ถ้าต่างพระมารดาเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ แห่งสายเลือด

เจ้าฟ้าเมืองนายเองก็เช่นกันมีความปรารถนาที่จะให้เจ้าล่าฟ้าเจ้าหอหน้า
อภิเษกสมรสกับเจ้านางปิ่นเมือง
เพราะเจ้านางปิ่นเมืองเป็นราชธิดาที่เกิดแต่แม่เจ้าผู้เป็นราชธิดาแห่งเมืองป๋อน
เมืองป๋อนนี้ในครั้งนั้นเป็นเมืองที่เป็นกำลังสำคัญทางทหารของเมืองนาย

เจ้าล่าฟ้าผู้เป็นเจ้าหอหน้าเมืองนาย
ซึ่งเจ้าหอหน้า ก็เปรียบดังวังหน้าของไทยในสมัยก่อนนั่นเอง
ไม่ได้รักใคร่กับเจ้านางปิ่นเมืองในทางกลับกันเจ้าล่าฟ้า รักใคร่ชอบพออยู่กับ
เจ้านางละอองคำ ที่เกิดแต่มหาเทวีแต่นางโดนใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับชายอื่น
จึงถูกเฆี่ยนจนตาย ดังนั้นเจ้านางละอองคำ จึงไม่ใช่ลูกรักของเจ้าฟ้าเมืองนาย

.

เจ้านางปิ่นเมือง เองก็เกลียดชังเจ้านางละอองคำยิ่งนัก เพราะนางเองก็อยาก
อภิเษกสมรสกับเจ้าล่าฟ้า เพราะหวังไว้ว่าจะได้เป็นพระมหาเทวีเจ้า ในอนาคต
ดังนั้นนางจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดเจ้านางละอองคำ
ครั้งหนึ่งนางไส่ร้ายเจ้านางละอองคำ ทำให้เจ้านางละอองคำถูกถอดให้ออกไป
ทำงานเช่นเดียวกับนางข้าไท ทั้งหลายทำให้เจ้านางละอองคำเจ็บปวดยิ่งนัก
แต่เจ้านางละอองคำก็รอดพ้นความผิดนี้ไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าล่าฟ้า
โดยเจ้าล่าฟ้าทูลขอกับเจ้าฟ้าเมืองนาย
เจ้าฟ้าเมืองนายก็ยกโทษให้เจ้านางละอองคำ โดยมีข้อแม้ว่า
* วันนี้เจ้าขอพ่อ พ่อก็ให้ วันหน้าถ้าพ่อขอ เจ้าต้องให้พ่อบ้าง *



ด้วยความรักในเจ้านางละอองคำกลัวนางลำบาก เจ้าล่าฟ้าจึงรับปากกับเจ้าฟ้าเมืองนาย
เหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไปดดยที่เจ้านางละอองคำได้รับการยกเว้นโทษ
ทำให้เจ้านางปิ่เมืองยิ่งโกรธแค้นร้อยเท่าพันทวี
นางจึงหาช่องทางทำร้ายเจ้านางละอองคำอีกครั้ง คราวนี้ถึงกับขึ้นไปรอเจ้านางละอองคำ
ที่คุ้ม

พอเจ้านางละอองคำกับมาที่คุ้ม นางก็ว่ากล่าวด่าทอเจ้าแม่ของเจ้านางละอองคำ
เจ้านางละอองคำไม่ยอมที่เจ้านางปิ่นเมืองมาด่าทอเจ้าแม่
จึงเข้าทำร้ายเจ้านางปิ่นเมือง และบังคับให้เจ้านางปิ่นเมืองขอษมาเจ้าแม่ของนาง
จึงเป็นโอกาสให้เจ้านางปิ่นเมืองใช้ช่องทางนี้ทำร้ายได้อีกครั้ง
โดยครั้งนี้เจ้านางปิ่นเมืองเอาร่องรอยที่ตนถูกทำร้ายไปฟ้องเจ้าฟ้าเมืองนาย
และเจ้าตาของตน เจ้านางละอองคำจึงถูกยกให้เจ้านางปิ่นเมืองสำเร็จโทษ
เจ้านางปิ่นเมืองจึงยื่นบาทให้นางกราบเพื่อขอสมา แต่นางไม่ยอม
นางจึงถูกเจ้านางปิ่นเมืองตัดมวยผม พร้อมส่งเข้าคอก
( ธรรมเนียมล้านนาหญิงใดถูกตัดมวยผม ถือว่าโดนทำร้ายอย่างแสนสาหัส )

.



ทางด้านเจ้าล่าฟ้าเอง เจ้าฟ้าเมืองนายก็ได้เอ่ยปากให้แต่งงานกับเจ้านางปิ่นเมือง
เจ้าล่าฟ้าจำต้องทำตามเพราะเห็นแก่บ้านเมือง และด้วยคำสัตย์ที่เคยให้ไว้
ในขณะที่อยู่ในคอก เจ้าล่าฟ้าแอบมาหาเจ้านางละอองคำ
เมื่อเจ้านางปิ่นเมืองรู้จึงโกรธมาก และตามมาที่คอก
พร้อมกับจะทำร้ายเจ้านางละอองคำอีก เจ้าล่าฟ้าห้ามไว้ เจ้านางปิ่นเมืองไม่ยอม
เพราะเจ้านางละอองคำเป็นนักโทษของนาง

แต่นางจะไม่ทำร้ายเจ้านางละอองคำถ้า เจ้าล่าฟ้ายอมรับปากสาบานว่าจะไม่แอบมาพบ
เจ้านางอะอองคำอีก โดยถ้าผิดคำสาบานเจ้าล่าฟ้าจะมีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน
เจ้าล่าฟ้ารับปากเพราะสงสารคนที่ตนรัก เจ้านางปิ่เมืองเลยยอมปล่อยตัวเจ้านางละอองคำ
และแล้ววันอภิเษกสมรสระหว่างเจ้านางปิ่นเมือง และเจ้าล่าฟ้าก็มาถึง
งานอภิเษกสมรสจัดอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นงานของเจ้าหอหน้าเมืองนาย
บรรดาเจ้านายจากเมืองต่างๆ มาร่วยถวายพระพรกันอย่างมากหน้าหลายตา
ในนั้นรวมทั้งเมืองพิงค์ด้วย ในฉากนี้ท่านจะได้เห็นการแต่งตัวของบรรดาเจ้านาง
ต่างๆงดงามเป็นอย่างมาก การแสดงก็งดงามอลังการ ตัวข้าเจ้าเองยังอยากจะเข้า
ไปอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นเสียเหลือเกิน



................................

แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ เจ้าหอหน้าเมืองนาย มีแต่ความทุกข์ใจจนปรากฏออกมา
ทางใบหน้า แต่เจ้านางปิ่นเมืองกลับมีแต่ความสุขที่นางได้สมหวังแล้วในระดับหนึ่ง
ของความต้องการ อีกด้านหนึ่งไม่อาจจะกล่าวได้ คือ เจ้านางละอองคำ นางทนทุกข์
ทรมารใจอย่างแสนสาหัส ทุกข์มากกว่าตอนโดนตัดมุ่นมวยผมอันงดงามของนางอีกกระมัง




เจ้านางละอองคำ
#4   [ 31-01-2009 - 12:14:58 ]

งานอิเษกสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้ว อย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของนาง
เจ้าหอหน้าเองก็ทุกข์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะไม่ได้ครองคู่กับ
เจ้านางอันเป็นที่รัก กลับต้องมาทนทุกข์อยู่อีกนางที่ตนไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์
ประกอบกับเจ้านางปิ่นเมืองเอง ก็คอยแต่จะหาเรื่องให้ปวดหัว
เพราะวันๆได้แต่คอยพูดประชดประชันอยู่ตลอดเวลาเรื่องเจ้านางละอองคำ


แถมไม่พอยังท้าอีกว่า ถ้าไม่กลัวมีอันเป็นไปตามที่สาบานไว้ก็ไปได้เลย
นางจะไม่ว่าเลยซักคำ เจ้าหอหน้าจึงพูดออกมาว่า
อย่าท้าพระองค์เลย ถ้าแม้นได้อยู่กับนางอันเป็นที่รัก
แม้จะต้องมีอันเป็นไปก็ไม่กลัวสิ่งใดทั้งสิ้น ว่าแล้วก็เดินจากไป



ต่อมาไม่นานพวกฝรั่งดั้งขอ เข้าบุกรุกเมืองนาย
เจ้าหอหน้าเมืองนายต้องออกไปปกป้องแผ่นดินอันเป็นที่รัก
ดังนั้นในวันเอาฤกษ์ออกทัพ เจ้าฟ้าเมืองนายจึงได้ทำพิธีถวายพร
และมอบดาบสะรี๋กัญไชย ให้กับเจ้าหอหน้าเพื่อปราบศัตรูที่มารุกราน

( ดาบสรี๋กัญชัยนั้นแต่เดิมเป็นหนึ่งในเครื่องประกอบเกียรติยศของพญาเจ้าเมืองที่ยิ่งใหญ่ เป็นต้นว่าเชื้อเจ้าองค์ใดมีดาบสรี๋กัญชัยก็สามารถ
อ้างสิทธิธรรมครองเมืองได้ เป็นต้น และยังมีความเชื่อในเรื่องความ
ศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นใครมีไว้ครอบครองจะมีแต่ความเจริญ ศัตรูไม่สามารถทำอันตรายได้ มีฤทธิ์ป้องกันภยันตรายต่างๆ ดาบสรีกัญชัยเป็นหนึ่ง
ในบรรดาเครื่องท้าวห้า )

ในคัมภีร์ในกลุ่มที่ว่าด้วยเครื่องท้าวห้าประการคือเครื่องราชูปโภคของ
ล้านนาว่าประกอบด้วย กระโจมหัว ( มงกุฎ) ดาบสรีกัญชัย ไม้เท้า
วีชนีและเกิบตีนทิพย์ ( รองเท้าทิพย์ )
ในการพระราชพิธีนี้ เจ้านายอื่นๆ และข้าขอบขัณฑสีมาต่างก็มา
อวยชัยให้เจ้าหอหน้ากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ในนี้รวมถึงเจ้านางละอองคำด้วย และก็ในพระราชพิธีนี้อีกเช่นกัน
ที่สร้างความโกรธแค้นอย่างใหญ่หลวงให้กับเจ้านางปิ่นเมือง
เนื่องจากว่านางเสียหน้าอย่างใหญ่หลวง
เพราะในขณะที่นางกำลังแก้มวยผม เพื่อเช็ดบาทเจ้าหอหน้านั้น
เจ้าหอหน้าเดินหนีไม่รับการเช็ดบาทจากนาง
แต่กลับรับการเช็ดบาทด้วยมวยผมจาก เจ้านางละอองคำ

นางถึงกับตามมาด่าเจ้านางละอองคำ อย่างเครียดแค้น
ว่าเสนอหน้ามาส่งเจ้าพี่ทำไม
เจ้านางละอองคำจึงเอ่ยขึ้นว่า
นางมาส่งหัวใจของนางออกไปปกป้องบ้านเมือง ด้วยใจรัก

เจ้านางปิ่นเมืองถึงกับประกาศว่าจะหาทางกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจ
นางนี้ให้จงได้






เจ้านางละอองคำ ได้ไปไหว้กู่เจ้าแม่ของนางเพื่อขอพระให้ชายอันเป็นที่รัก
มีชัยชนะต่อพวกฝรั่งดั้งขอที่มารุกราน

ณ ที่แห่งนี้เองที่นางได้มีโอกาสได้พบกับคนขายผี
คนขายผีคือ คนที่เลี้ยงผีกะหรือปอบ แต่ไม่มีความสามารถเลี้ยงได้ดีพอ
ผีจึงสร้างความเดือดร้อนให้
คนขายผีจะนำผีที่ตนเลี้ยงมาเร่ขาย เพื่อให้ตนพ้นจากความเดือดร้อน
แต่เนื่องจากคนในล้านนา นับถือผีปู่ย่าในตระกูลของตน
จึงไม่สามารถรับนับถือผีอื่นได้
เพราะเป็นการลบหลู่ผีเหล่ากอแห่งตน

ช่วงเวลานี้ก็เช่นกันเจ้านางละอองคำจึงไม่รับซื้อผีของคนขายผี
คนขายผีจึงบอกว่าถ้ารับไม่ซื้อผีของนางแล้วจะเสียใจแล้วก็จากไป













เวลาผ่านไป เจ้าหอหน้าประสบความสำเร็จในการไปรบกลับมา เจ้าฟ้าเมืองนายจึงทำพิธี
ยกเจ้าหอหน้าขึ้นเป็นเจ้าฟ้าเมืองนายท่ามกลาง เจ้านายจากเมืองต่างๆ ๑๐๐ กว่าเมือง
ในการนี้นี่เองที่จะต้องมีการแต่งตั้งพระมหาเทวีเจ้า ด้วยเช่นกัน หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีปราชาภิเษก
เจ้าฟ้าเมืองนายพระองค์ใหม่แล้ว เจ้าฟ้าเมืองนายก็กำลังรับบรรณาการจากหัวเมืองน้อยใหญ่อยู่เช่นกัน
ทางเจ้านางปิ่นเมืองที่กำลังแต่ตัวอย่างงดงามเพื่อไปรับมงกุฎพระมหาเทวี ก็ได้ออกคำสั่ง
ให้ข้าไทไปจับตัวเจ้านางละอองคำมากักไว้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้
แต่เจ้าฟ้าเมืองนายพระองค์ใหม่ทรงรอบครอบได้ให้นางไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก่อนหน้านั้นแล้ว เจ้านางปิ่นเมืองจึงจำต้องเดินทางมาที่หอคำเพื่อรับมงกุฎพระมหาเทวี
ในขณะที่เจ้าฟ้าเมืองนายกำลังจะสวมมงกุฎให้เจ้านางปิ่นเมืองนั้น
พระองค์ทรงยกมงกุฎขึ้นเพื่อสวมแต่พระองค์ก็ทรงแกล้งประชวรพระวาโย จนไม่อาจสวมมงกุฎให้เจ้านางปิ่นเมืองได้
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้านางปิ่นเมืองโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ เจ้าฟ้าเมืองนายต้องการเก็บมงกุฎไว้ให้เจ้านางละอองคำนั่นเอง
และในค่ำคืนนั้นเองเจ้าฟ้าเมืองนายก็ให้ทหารอัญเชิญเจ้านางละอองคำมาที่หอคำ
เพื่อรับมงกุฎพระมหาเทวี เมื่อเจ้านางละอองคำมาถึงเจ้าฟ้าเมืองนายก็กล่าวว่า




ตามธรรมเนียมการแต่งตั้งพระมหาเทวีเจ้านั้นต้องแต่งตั้งต่อหน้าเจ้าฟ้าเมืองต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้กัน แต่ไม่สามารถทำได้เพราะเจ้านางปิ่นเมือง
ที่อภิเษกด้วยนั้นไม่ได้ทรงรัก
ดังนั้นพระองค์จึงขอให้ดวงดาว และดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักนี้
แทนดวงตาของเจ้าฟ้าเมืองต่างๆในการแต่งตั้ง พระมหาเทวีเจ้า
แห่งเมืองนายในค่ำคืนนี้


.


หลังจากนั้นเจ้านางละอองคำจึงอยู่ในตำแหน่งพระมหาเทวีเจ้า
ทรงเป็นที่รักของเจ้าฟ้าเมืองนายอย่างยิ่ง

ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่พระมหาเทวีเจ้าละอองคำ ทรงพระเกษมสำราญอย่างยิ่ง
แต่ในความสุขนั้นพระมหาเทวีเจ้าละอองคำก็ทรงหวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย
เพราะยิ่งเจ้าฟ้าเมืองนายรักและเมตตาพระองค์มากเพียงใด
เจ้านางปิ่นเมืองก็ยิ่งเครียดแค้นชิงชังพระองค์มากเป็นร้อยเท่าพันทวี





เจ้านางละอองคำ
#5   [ 31-01-2009 - 12:15:07 ]

จนกระทั่งความเครียดแค้นชิงชังของเจ้านางปิ่นเมืองสุกงอมเต็มที่
นางจึงคิดหาทางกำจัดพระมหาเทวีเจ้า แต่นางก็ไม่มีวิธีการใดๆ
จัดการได้อย่างสมความตั้งใจ

และแล้วนางข้าไท คนสนิทจึงแนะนำให้นางทำเสน่ห์ ให้เจ้าฟ้าเมืองนายหลงใหล โดยที่นางข้าไทคนนี้ได้แสวงหาหมอไสยศาสตร์ ที่มีคาถาอาคม
แก่กล้าเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เนื่องจากเจ้าฟ้าเมืองนาย เป็นเจ้าฟ้ามีผีหลวงปกปักรักษาอยู่
จึงเป็นการยากที่จะทำได้ง่ายๆ
แต่ความพยายามของคนเราก็ย่อมเอาชนะทุกอย่างที่ตนอยากได้
ด้วยอำนาจแห่งกิเลสยิ่งแล้ว การใดก็ลุล่วงไปด้วยดี



หมอไสยศาสตร์ กระทำพิธีให้เจ้าฟ้าเมืองนายทรงหลงใหล
ในตัวเจ้านางปิ่นเมืองสำเร็จ
ดังนั้นช่วงเวลากลางคืนเจ้าฟ้าเมืองนายจะทนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้เคลียคลอ
อยู่กับเจ้านางปิ่นเมือง แต่ช่วงกลางวันเจ้าฟ้าเมืองนายจะไม่โดนครอบงำ
ด้วยมนตร์ดำนั้น ก็จะอยู่กับพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ


ถึงกระนั้นเจ้านางปิ่นเมืองก็ยังไม่พอใจ อยากให้เจ้าฟ้าเมืองนายอยู่กับตน
ตลอดไปโดยนางไม่ต้องการให้พระองค์ได้พบเจอพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ

ดังนั้นนางจึงสั่งให้พ่อหมอทำอย่างที่นางต้องการ พ่อหมอได้ทูลทัดทานว่า
ถ้าทำเช่นนั้นการบ้านการเมืองก็จะเสียไปด้วย แต่เจ้านางไม่ยอม
พร้อมกับขู่ว่าถ้าไม่ทำตามนางจะจัดการอย่างเด็ดขาด

พ่อหมอจึงทำพิธีอีกครั้งคราวนี้เจ้าฟ้าเมืองนายโดนผีป่าช้าทั้งมวลครอบงำ
จึงทำให้หลงใหลอยู่แต่กับเจ้านางปิ่นเมือง
แถมไม่พอยังเสวยแต่เนื้อดิบเพราะผีต่างๆเหล่านั้น
ไม่ออกว่าราชการ ไม่ไปหาพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ

ช่วงนี้พระมหาเทวีเจ้าละอองคำจึงทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสอีกครั้งหนึ่ง
เจ้านางปิ่นเมืองจึงไปเย้ยหยันพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ
ว่าหมดบุญวาสนาแล้ว
พระมหาเทวีเจ้าละอองคำจึงตอบกลับว่าเป็นเพราะเจ้าเล่นสกปรก ไม่ซื่อสัตย์
เห็นแก่ตนเองมากกว่าบ้านเมือง รวมทั้งไม่ได้รักเจ้าฟ้าเมืองนายจริง
ถ้าไม่เช่นนั้นคงไม่ทำอย่างนี้
เพราะคนที่โดนคุณไสยนั้นราศีจะมัวหมองไม่เจริญ


เจ้านางปิ่นเมืองจึงพูดออกไปว่า นางไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
นางสนใจแต่ตัวนางเอง
และที่สำคัญที่สุดนางจะเอามงกุฎพระมหาเทวีเจ้ามาครอบครองให้จงได้






ต่อมาอีกไม่นานพวกฝรั่งดั้งขอก็ย้อนกับมาประชิดเมืองอีก
ดังนั้นเจ้าฟ้าเมืองนายจำต้องไปป้องกันเมือง ณ ช่วงเวลานี้เองที่เป็น
โอกาสอันดีที่เจ้านางปิ่นเมืองจะกำจัดพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ
นางจึงคิดอุบายอย่างแยบยล โดยทูลเจ้าพ่อว่านางเป็นห่วงบ้านเมือง
นางจะทำการเชิญผีปู่ย่ามาเข้าทรง และขอให้ท่านช่วย
เจ้าพ่อเห็นดีด้วย จึงสั่งให้มีการทรงผีปู่ย่าพร้อมกับเลี้ยงผีปู่ย่า
เพื่อขอให้ช่วยบ้านเมือง เมื่อวันเลี้ยงผีปู่ย่ามาถึง
นางได้ติดสินบนคนทรงเพื่อใส่ร้ายพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ

คนทรงเมื่อได้รับผลประโยชน์ก็ไม่นึกถึงผิดชอบชั่วดี
จึงทำตามที่เจ้านางปิ่นเมืองต้องการ
โดย แสร้งทำเป็นผีปู่ย่า แล้วกล่าวว่าที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้
เพราะคนในตระกูลผิดผีมาแต่ชั้นแม่ (ผิดผี คือไปทำเรื่องบัดสีไว้)
นั่นก็หมายถึงพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ
คนทรงจึงบอกให้จับพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ
มาลงโทษโดยมัดแห่รอบเมือง พร้อมกับบวยให้ตาย


พระมหาเทวีเจ้าละอองคำ ถูกจองจำพร้อมแห่รอบเมืองในข้อหากาลกิณี
นางจึงโดนทำร้ายอย่างหนัก
และคำคืนนั้นเองคนขายผีก็ปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่งเพื่อขายผีของตน
คนขายผีเสนอพระมหาเทวีเจ้าละอองคำเรื่องผีของตนจะช่วยให้พระองค์
รอดพ้นจากภัยครั้งนี้ถ้ายอมรับนับถือ และเลี้ยงผีของตน
พระมหาเทวีเจ้าละอองคำไม่มีทางเลือกเพราะกำลังเดือดร้อน
แต่ก็ลังเลเพราะบนหิ้งก็ยังมีผีปู่ย่าของตระกูลสถิตอยู่

และแล้วพระมหาเทวีเจ้าละอองคำ
ก็ถูกเจ้านางปิ่นเมืองแย่งชิงมงกุฎพระมหาเทวีเจ้า
พร้อมกับถูกถอดไปเป็นเจ้านางละอองคำ เช่นเดิมจากเจ้าหลวงองค์ก่อน


ค่ำคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เจ้านางละอองคำที่จะมีลมหายใจอยู่ได้เพราะ
พรุ่งนี้นางก็จะถูกโบยจนถึงแก่ชีวิต ................





กล่าวถึงเจ้าฟ้าเมืองนายที่ไปรบเพื่อรักษาบ้านเมือง
เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพระองค์เพลี่ยงพล้ำแก่พวกฝรั่งดั้งขอ
จนถึงกับต้องปืนฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บสาหัสกลับมาเมือง

ทางเจ้าพ่อก็ให้ระดมหมอมารักษา แต่อาการก็ทรุดลง
มิหนำซ้ำพระองค์ยังต้องคุณไสยยของเจ้านางปิ่นเมืองด้วย
จึงอ่อนกำลังเต็มที เพ้อเรียกหาแต่เจ้านางปิ่นเมือง

เจ้านางปิ่นเมืองพอทราบข่าวเจ้าฟ้าเมืองนายกลับมาก็รีบมาเข้าเฝ้า
แต่ภาพที่นางเห็นต่างกับเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
เพราะเจ้าฟ้าเมืองนายทรงทรุดโทรมลงมาก
นางจึงได้เผยถึงธาตุแท้ออกมาคือรังเกียจเจ้าฟ้าเมืองนายอย่างเห็นได้ชัด

ฝ่ายเจ้าฟ้าเมืองนายพอเห็นเจ้านางปิ่นเมืองก็แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคน
โดยพระองค์ทรงเรียกหาอย่างไม่ขาดปาก
พร้อมกับกอดรัดด้วยแรงเสน่หาแห่งมนต์ดำ
ฝ่ายเจ้านางปิ่นเมืองหลบเลี่ยงเป็นพัลวัล

พอพ้นออกมาได้ถึงกับกล่าวกับพวกข้าไทว่า
* พรุ่งนี้พวก...เตรียมน้ำขมิ้นส้มป่อยให้กูอาบเพราะกูขยะแขยงเหลือเกิน *




เจ้านางละอองคำ
#6   [ 31-01-2009 - 12:15:17 ]

คืนนี้ พวกทหารที่เฝ้าเจ้านางละอองคำถูกเรียกตัวไปต้านพวกฝรั่งดั้งขอ
จนหมด
จึงเปิดโอกาสให้เจ้านางรุ้งแก้วเอาข้าวเอาน้ำมาให้เจ้านางละอองคำ
แต่เจ้านางดื่มแต่น้ำไม่ยอมกินข้าว
พร้อมกับบอกให้เจ้านางรุ้งแก้วทำเพื่อตนสักครั้ง ถ้าไม่อยากเห็นนางตาย
โดยเจ้านางละอองคำให้เจ้านางรุ้งแก้ว ไปซื้อผีกับคนขายผี เพื่อช่วยนาง
แต่เจ้านางรุ้งแก้ว ไม่กล้าเนื่องจากกลัวจะเป็นการลบหลู่ผีปู่ย่า
นางละอองคำก็บอกว่าถ้าเจ้าอยากเห็นพี่ตายต่อหน้าต่อตาก็ไม่ต้องทำ
เจ้านางรุ้งแก้วจึงเลี่ยงไม่ได้


รุ่งเช้าจึงได้เดินทางไปที่กู่เจ้าแม่เพื่อขอษมา
ที่จะรับนับถือผีอื่นเข้าบ้านแทนผีปู่ย่า

จากนั้นนางก็ไปหาคนขายผีเพื่อซื้อผี คนขายผีจึงบอกว่า
* ดีผีเจ้าจะช่วยเหลือทุกอย่างที่นางต้องการ
แต่มีข้อแม้ว่านางจะต้องเลี้ยงผีอย่าให้อดอยาก
มิเช่นนั้นผีจะทำร้ายให้ได้รับความเดือดร้อน *

เมื่อนางรับกรวยดอกไม้ผีมาแล้วนางก็รีบกลับไปยังคุ้ม
เพื่อจะได้เชิญผีต่างตระกูลขึ้นแทนหอผีปู่ย่าตระกูลตน

พอไปถึงบันไดคุ้มก็เกิดพายุพัดกรวยดอกไม้ผีต่างตระกูลกระจัดกระจาย
เนื่องจากผีปู่ย่าโกรธที่นางจะกระทำเช่นนั้น
ผีต่างตระกูลจึงแสดงฤทธิ์เดชโดยบอกให้นางนำกรวยดอกไม้ขึ้นหอให้ได้
เมื่อขึ้นไปได้แล้วให้เชิญขึ้นหิ้งพร้อมกับเอากรวยผีปู่ย่าลง
เท่านี้ใครก็ทำอะไรไม่ได้เจ้านางรุ้งแก้วทำตาม
จนสามารถเอาผีต่างตระกูลขึ้นหอแทนผีปู่ย่าได้ เมื่อทำสำเร็จผีต่าง
ตระกูลหัวเราะดังลั่นอย่างน่าเกรงกลัวเมื่อเอาผีขึ้นหอแล้ว
นางจึงไปช่วยเจ้านางละอองคำ



เจ้านางละอองคำเมื่อถูกปล่อยจึงกลับมาที่คุ้มพร้อมกับไหว้สา
ให้ผีเจ้าช่วยเหลือการต่างๆ จากนั้นเจ้านางละอองคำจึงรีบเดินทาง
มาดูอาการเจ้าฟ้าเมืองนายอย่างเร่งด่วนที่คุ้มหลวง
นางเฝ้าดูแลเจ้าฟ้าเมืองนายจนกระทั่งวาระสุดท้าย

เมื่อเจ้าฟ้าเมืองนายสิ้นหัวใจนางแทบแตกสลายตามไปด้วย
จากความเศร้าจึงกลายเป็นความแค้น นางจึงต้องการเอาคืน
จากเจ้านางปิ่นเมือง เป็นคนแรก
ค่ำคืนนี้ เจ้านางละอองคำ ไหว้สาผีเจ้าพร้อมกับบอกกล่าวกับผีเจ้าว่า
* ข้าขอให้ผีเจ้านำทางชีวิตข้า ตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้
ข้าขอเอาอี่นางปิ่นเมืองสังเวยผีเจ้า
ขอผีเจ้าจงรับเครื่องเซ่นจากข้าเจ้าด้วยเถิด *

สิ้นเสียงเชิญของเจ้านางละอองคำ ก็เกิดลมพัดกระหน่ำ
พร้อมกันนั้นกรวยดอกไม้ผีก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์
โดยลอยขึ้นเปล่งแสงสีทองพร้อมกับวนเวียนรอบหัวเจ้านางละอองคำ
ทันใดนั้นหน้าตาของเจ้านางละอองคำที่สวยหวานก็เปลี่ยนแปลงไปเป็น
สวยดุดันเสื้อผ้าที่สวยงามอ่อนหวานก็กลับกลายเป็นสีดำทมึน
ในชุดไทขึน แบบชาวบ้านและแล้วเจ้านางละอองคำก็เปล่งเสียงหัวเราะ
ที่เยือกเย็นอย่างน่ากลัวยิ่งออกมาพาให้สยดสยองอย่างยิ่ง

.


ด้านเจ้านางปิ่นเมืองหลังจากทราบว่าเมืองนายแตก
ก็ได้ระดมพวกนางข้าไททั้งหลายช่วยกันเก็บสมบัติ
พร้อมกับมงกุฎพระมหาเทวีเจ้าที่หวงแหนยิ่งนักใส่ในกำปั่น
เพื่อเดินทางออกจากเมืองนายกับบ้านเมืองตนเอง
ในขณะที่นางลงมารอเจ้าตาส่งตนมารับที่ด้านล่างคุ้มเพื่อกลับเมืองป๋อนนั้น
นางก็เหลือบไปเห็นเงามืดอยู่ห่างออกไปจากหน้าคุ้ม
นางจึงสั่งอีฟอง นางข้าไทคนหนึ่งไปดู ว่าเป็นทหารของเจ้าตาหรือเปล่า


(เมืองป๋อน อยู่ทางตะวันออกของ ตองยี ๓๘ ไมล์
ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่ง ของ จ.ดอยแหลม
แขวงลอยแหลม ประกอบด้วย เมืองลอยแหลม (ดอยแหลม)
เมืองปางหลวง เมืองป๋อน เมืองน้ำจั๋ง เมืองสิต เมืองนาย
เมืองลางเคอ
เมืองหมอกใหม่ เมืองนาบอน เมืองทา เมืองจ๊อด เมืองหาง
เมืองปั่น เมืองท่าซาง เมืองท่าก้อ เมืองเชียงตอง เมืองเชียงลม
เมืองคุนอิง เมืองสาง เมืองสู้ เมืองเกสี
เมืองกึ๋ง ทั้งหมดอยู่ในรัฐฉานของพม่า)


อีฟองนางข้าไท เดินไปดูด้วยความกลัวและนางก็ต้องตกใจสุดขีด
กับภาพที่เห็นนั่นคือ เจ้านางละอองคำ ในชุดไทขึนสีดำ ดวงตาดุดัน
ที่จ้องนางอยู่ในความมืดสลัวนั้นนางจึงวิ่งไปบอกเจ้านางปิ่นเมือง
ว่าเจ้านางละอองคำมา แต่ต่างจากเจ้านางละอองคำคนเดิมอย่างมาก
หรือจะเป็นผีเจ้านางละอองคำที่โดนโบยจนตายในวันนี้
เจ้านางปิ่นเมืองจึงเอ่ยขึ้นว่าผีเผออะไรกัน
พร้อมกับเดินไปดูจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า
* อี่นางละอองคำเหย ยังมีไม่มีใครโบย...รึไง
จึงได้มาเสนอหน้า ที่คุ้มของกู *
จากนั้นจึงตะโกนเรียกทหารให้มาจับตัวเจ้านางละอองคำไปโบย
เจ้านางละอองคำจึงบอกว่า
อย่าเสียเวลาเรียกคนอื่นเลย เพราะค่ำคืนนี้จะเป็นช่วงสุดท้ายชีวิตของเจ้า


เจ้านางปิ่นเมือง ได้ยินดังนั้นจึงบังเกิดโทสะ
พร้อมกับจะตบเจ้านางละอองคำ เจ้านางละอองคำซึ่งตอนนี้ผีกะ
เข้าสิงในร่างแล้วจึงหัวเราะขึ้นด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับ
ใบหน้าที่บวมเป่งน่ากลัวอย่างยิ่ง
เจ้านางปิ่นเมืองถึงกับกรีดร้องด้วยความกลัวอย่างสุดหัวใจ
พร้อมกับถอยหนีออกมา บรรดานางข้าไททั้งมวลก็กรีดร้องออกมาเช่นกัน
และวิ่งหนีเป็นพัลวัน พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น
ของเจ้านางละอองคำไล่มาตามหลัง


.


จนในที่สุดเจ้านางปิ่นเมืองก็ล้มลงทั้งยืน เนื่องจากถูกผีกะ
ของเจ้านางละอองคำเข้าสิงร่าง
นางสยายมวยผมออกมาหลุดลุ่ย น่าสยดสยอง พร้อมกับหันรีหันขวาง
ไปทางเหล่านางกำนัล พร้อมกับเปล่งเสียงดุดัน เยือกเย็น


.


*กูจะกินให้หมด อดอยากมานานแล้ว..กูจะกินให้หมด*เล็บของนางงอกยาวขึ้นดำทะมึน

.

และจิกไปยังหน้าท้องของตนเองอย่างทารุณ
ลากไส้ออกมากองพะเนิน และกัดกินอย่างหิวโหย
อย่างกับอดอยากมาเป็นปีๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการสังเวยผีเจ้าครั้งแรก
และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้นางถูกผีต่างตระกูลครอบงำแล้วอย่างสิ้นเชิง







เจ้านางละอองคำ
#7   [ 31-01-2009 - 12:15:26 ]

........



เจ้านางละอองคำ
#8   [ 31-01-2009 - 12:15:51 ]

.......



เจ้านางละอองคำ
#9   [ 31-01-2009 - 12:16:19 ]

จองช่องความเห็นค่ะ เด๋วมาใส่เพิ่ม



เจ้านางละอองคำ
#10   [ 31-01-2009 - 12:16:38 ]

จองช่องความเห็นค่ะ เด๋วมาใส่เพิ่ม



เจ้านางละอองคำ
#11   [ 31-01-2009 - 12:27:31 ]

จองช่องความเห็นค่ะ เด๋วมาใส่เพิ่ม



เจ้านางละอองคำ
#12   [ 31-01-2009 - 12:27:46 ]

จองช่องความเห็นค่ะ เด๋วมาใส่เพิ่ม



lovebenny
#13   [ 31-01-2009 - 13:05:15 ]

ป้าใช้ภาพนี้อีกแล้ว



เจ้านางละอองคำ
#14   [ 31-01-2009 - 13:29:33 ]

วันนี้พอแค่นี้ก่อน เหนื่อยล่ะ

เดี๋ยวถ้าชอบ วันหลังจะเอามาให้อีก แว่ะมาดูกันเยอะๆ น๊าาา



lovebenny
#15   [ 31-01-2009 - 13:30:00 ]




lovebenny
#18   [ 31-01-2009 - 15:35:31 ]


แล้วเอารูปลงทำไม...
มังกรหลับใจร้าย



jจอมยุทธ์ขี้สงสัย
#19   [ 31-01-2009 - 16:21:02 ]

น่ากลัวจัง



vincent
#20   [ 31-01-2009 - 17:22:35 ]

รูปแปลก แต่คนที่ดูแล้วเอามาแบ่งคนอื่นดูแปลกกว่า



  • 1
  • 2
ตอบกระทู้
ชื่อ
รหัส กรอกตัวอักษร ตามภาพ
Enter your Post


emo-smile emo-happy emo-lol emo-enjoy emo-kiku emo-cool emo-hoho emo-drool emo-hungry emo-kiss emo-sorry emo-sad emo-cry emo-tear emo-question emo-doubt emo-shock emo-redface emo-plz emo-peevish emo-angry emo-moody emo-sneer emo-makefaces emo-good emo-touched emo-love emo-bore emo-tired emo-vomit
bold italic underline img link superscript subscript size color space justifyleft justifycenter justifyright quote box youtube