จิ้งจอกวิเศษเก้าหาง
           จิ้งจอกวิเศษเก้าหาง (ก้าบ้วยเล่งฮู้) เป็นสัตว์พิศดารอีกชนิดในเรื่อง มีบทบาทในช่วงเปิดตัวเอี้ยก้วย หลังจากผ่านสิบหกปีมาแล้ว ในนิยาย ท่านกิมย้งได้บรรยายลักษณะของสัตว์ชนิดนี้ว่า เป็นสัตว์ป่ามีลักษณะคล้ายลูกสุนัข มีรูปร่างไม่ใหญ่นัก ขาทั้งสี่ข้างยาวยิ่ง ตลอดทั้งลำตัวขาวราวหิมะ ส่วนหางกลับดำมืดมิด แม้ว่าชื่อจะเป็นจิ้งจอกเก้าหาง แต่ความจริงมีเพียงหางเดียว รูปร่าง คล้ายแมวมิคล้ายแมว คล้ายสุนักมิคล้ายสุนัข ความรวดเร็วของฝีเท้าคล้ายกับประกายสายฟ้า ตากลมทั้งคู่เป็นสีแดงราวลูกไฟ กลอกกลิ้งไปมาไม่หยุดยั้ง ในม่านวิกาลมืดมิด คล้ายกับสะเก็ดไฟสองจุด

           จิ้งจอกวิเศษเก้าหางนั้นได้ถูกต้อนมาจากบึงมังกรดำ โดยกลุ่มพี่น้องตระกูลซือแห่งหมู่ตึกหมื่นจตุบาท ซึ่งเป็นกลุ่มชาวยุทธที่ถนัดจัดเจนในวิชาควบคุมสัตว์ เหตุที่หมู่ตึกหมื่นจตุบาทต้องการจับตัวจิ้งจอกเก้าหางมานั้น เป็นเพราะ ราชสีห์เกราะเขียวนั้นได้รับบาทเจ็บจากการประทะกับฮั่วตู และเลือดของจิ้งจอกเก้าหางนั้นสามารถรักษาอาการได้ จึงได้วางกลอุบายหลอกล่อจิ้งจอกตัวนี้มา จนถึงดงไม้ แต่ก็เกิดเหตุผิดพลาดขึ้นเมื่อ เหล่ารังปีศาจภูเขาประจิมทั้งสิบคน ที่นัดประลองกับจอมยุทธอินทรีไว้ ได้ผ่านทางมา และเกิดการเข้าใจผิดทำให้ จิ้งจอกเก้าหางหนีไปได้ ทั้งหมดจึงขอให้ เอี้ยก้วย ลงมือช่วยเหลือในการจับจิ้งจอกตัวนี้

           นิสัยของจิ้งจอกทั่วไปนั้นขี้ระแวง ยากที่จะล่อหลอกให้หลงกล โดยเฉพาะจิ้งจอกวิเศษเก้าหางกลอกกลิ้งเป็นพิเศษ หมู่ตึกหมื่นจตุบาทนั้นได้วางอุบาย โดยใช้ไก่แจ้พันตัว ปิ้งย่างไก่ทุกระยะหลายวา กลิ่นหอมของ ไก่ย่างไปถึงบึงมังกรดำล่อให้จิ้งจอกเก้าหางออกมา และให้มันรับประทานวันละตัว รับประทานติดต่อกันสองเดือนเศษ ความคิดระแวงระวังของมันค่อยเสื่อมคลาย ในที่สุดสามารถชักนำมาสู่ดงไม้ และปิดล้อมไว้ด้วยเหล่าสัตว์ป่า แต่เกิดเหตุซะก่อน ทำให้มันหนีไปได้ คราวนี้มันได้รับความแตกตื่น ให้รออีกสิบปีก็ไม่หลงกลอีกแล้ว

           ความจริงจิ้งจอกเก้าหางนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของเอ็งโกว มีความเฉลียวฉลาดยิ่ง เมื่อครั้งเอี้ยก้วยไปตามจับมันที่บึงมังกรดำ ความจริงแล้ว เอี้ยก้วยสามารถใช้หิมะบีบจนเป็นก้อนแข็งดีดพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกได้ เพียงแต่เขาเห็นจิ้งจอกวิเศษนี้มีความรวดเร็วยิ่ง เกิดความคิดอยากเอาชนะ จึงได้ใช้วิธีวิ่งไล่จับแทน ในที่สุดเอี้ยก้วยใช้แขนเสื้อบีบรัดจับตัวจิ้งจอกมาได้ แต่กลับพบว่ามันตายเสียแล้ว คงเป็นเพราะใช้แรงบีบมากเกินไป เอี้ยก้วยระแวงว่ามันจะแกล้งตาย จึงโยนจิ้งจอกลงพื้น ระหว่างโยนก็ขยับแขนเสื้อไปทางด้านหลัง ขอเพียงมันขยับตัวเพียงนิดก็จะใช้แขนเสื้อคว้าจับมันมา แต่จิ้งจอกไม่ขยัยเคลื่อนไหวแสดงว่าตายสนิดแล้ว แต่พอเอ็งโกวออกมาจากกระท่อม จิ้งจอกที่ตายแล้วตัวนั้นกลับพลิกตัวกระโจนเข้าสู่อ้อมอกของเอ็งโกว กลอกตาเล็กๆมองดูเอียก้วย ที่แท้จะอย่างไรมันยังคงแสร้งตาย เอี้ยก้วยเมื่อเห็นดังนั้น ทั้งขุ่นเคืองทั้งขบขัน ครุ่นคิดขึ้น วันนี้กลับพ่ายแพ้แก่เดียรัจฉานน้อยตัวหนึ่ง

           ในเวอรชั่นหนังชุดนั้นก็มีการสร้างจิ้งจอกวิเศษเก้าหางนี่ออกมาแตกต่างกันไป ในเวอร์ชั่น 1983 นั่นจิ้งจอกมีสีน้ำตาล หางสีดำ หน้าตาดูจะคล้ายหนูมากกว่า มีโผล่ออกมาให้เห็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น


           ของเวอร์ชั่น 1998 ยิ่งต่างออกไป จิ้งจอกกลับมีสีดำ และแทบไม่มีออกมาให้เห็นแบบชัดตา จะเห้นเป็นเพียงเงาดำ พุ่นฝ่ายไปตามหิมะขาว คล้ายว่าจะใช้ตุ๊กตาในการถ่ายทำมากกว่า

           ของเวอร์ชั่น 1995 ดูจะตรงบทประพันธ์และดูน่ารักที่สุดด้วย โดยใช้สัตว์จริงๆมาแสดงจึงออกมาสมจริงที่สุด ลักษณะเป็นลูกสุนัขสีขาวขนปุยๆ สามารถแสดงแกล้งตายได้ดี


           ของปี 2006 ใช้ CG มาทำ บางช่วงบางตอนก็ออกมาดูเนียนดี แต่เนื่องจากเป็น CG บางช่วงภาพก็ดูโดดไปหน่อย

           เนื้อเรื่องในช่วงตอนของการตามจับจิ้งจอกเก้าหางนี้ นอกจากจะได้แสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงความสามารถของเอี้ยก้วยแล้ว ยังเป็นบทสรุปเรื่องราวความแค้นของเอ็งกัวกับฮิ้วโชยยิ้ม และบทสรุปความรักของนางกับจิวแป๊ะธงอีกด้วย ในขณะเดียวกันยังเป็นการการสร้างเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเอี้ยก้วยกับก๊วยเซียงอีก นับว่าเนื้องเรื่องในช่วงตอนนี้เป็นการเรียงร้อยเรื่องราวเชื่อมโยงตังแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัวของท่านกิมย้ง