เข้าระบบอัตโนมัติ

พระธรรมจักรใหญ่ จิวหมอจื้อ

จิวหมอจื้อ, คิวม่อตี่


จิวหมอจื้อ 2013
          จิวหมอจื้อ (คิวม่อตี่) เป็นตัวละครที่มีพลังฝีมือสูงที่สุดคนหนึ่งในเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า แต่เวลามีการเปรียบเทียบพลังฝีมือกลับมีคนกล่าวถึงตัวละครตัวนี้ไม่มากนัก อาจเป็นเพราะว่าเวลาทำออกมาเป็นหนังเวอร์ชั่นต่างๆ มักจะวางตัวจิวหมอจื้อไว้ไม่เด่นนัก แต่ในบทประพันธ์บรรยายความสูงส่งของฝีมือของจิวหมจื้อไว้อย่างสูงล้ำ

          ตลอดช่วงแรกของเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า จะมีตัวละครค่อยๆเพิ่มออกมาและพลังฝีมือก็สูงก็ขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงระดับของตัวละครสำคัญคือพวก 4 คนโฉด จากนั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถขององครักษ์ต้าหลี่ที่ต่อกรกับพวก 4 คนโฉดได้ ตลอดจนมาถึงต้วนเจิ้งฉุนที่ใช้สุดยอดวิชาดรรชนีที่เป็นที่เรื่องลือในยุคนั้นคือ ดรรชนีเอกสุริยัน และยังมีที่เหนือกว่าต้วนเจิ้งฉุนขึ้นไปอีกคือต้วนเจิ้งหมิง ฮ่องเต้แห่งต้าหลี่ ที่แสดงให้เห็นอานุภาพของดรรชนีเอกสุริยันหลายครั้ง นับว่าเป็นตัวละครที่มีพลังฝีมือสูงส่งที่สุดคนหนึ่งในกลุ่มตัวละครชุดแรกของเรื่อง

          แต่ต้วนเจิ้งหมิงที่มีดรรชนีเอกสุริยันสูงส่งแล้วเมื่อไปที่วัดมังกรฟ้ายังคงมีหลวงจีนที่มีพลังฝีมือทัดเทียบกับต้วนเจิ้งหมิงอีกถึง 4 คน และยังมีผู้อาวุโสโกวย้งที่ระดับฝีมือสูงขึ้นไปอีกระดับอีกคน แต่ทั้ง 6 คนรวมพลังกันจิมหมอจื้อยังคงรับมือได้ นับเป็นการเปิดตัวจิวหมอจื้อในเชิงพลังฝีมือที่อลังการ เป็นระดับความสามารถที่ก้าวกระโดดจากกลุ่มแรกไปหลายเท่าตัว

ประวัติของ จิวหมอจื้อ

          จิวหมอจื้อ (คิวม่อตี่) อายุ 40 กว่าปี เป็นพระธรรมาชป้องกันประเทศของประเทศโท่วฮวง มีสมณศักดิ์เป็นพระธรรมจักรใหญ่ จึงมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวนโยบายต่างๆ ท่านมีสติปัญญาหลักแหลม แตกฉานวิชาธรรมะ ทุกห้าปีจะแสดงธรรมหนึ่งครั้ง มหาสมณะที่ชายแดนตะวันตกและชมพูทวีปล้วนชุมนุมที่วัดไต้ลุ้นยี่ภูเขาไต้เซาะซัวไต่ถามข้อข้องใจในพระคัมภีร์ หลังจากที่การชุมนุมเสร็จสิ้นลง ล้วนจากไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี

จิวหมอจื้อ 1996

จิวหมอจื้อ 2003

จิวหมอจื้อ 2013



บุคลิกลักษณธนิสัยของจิวหมอจื้อ

          จิวหมอจื้อเป็นมหาสมณะสถาบันสงฆ์ ครงจีวรผ้า ใส่รองเท้าหญ้า ใบหน้าเจิดจ้าแจ่มจริส ราวกับปกคลุมด้วยประกายวิเศษคล้ายไข่มุกหยกงาม ท่วงท่าน่านิยมเลื่อมใส แต่เจตนาในจิตใจกลับตรงข้าม

          บุคลิกของตัวละครกิมย้งที่ออกแนว ภายนอกอ่อนโยนภายในอำมหิตก็มีอยู่บ้าง แต่ของจิวหมอจื้อดูจะเด่นชัดที่สุด ต้วนอี้เมื่อแรกเห็นยังเกิดศรัทธาจิตคิดใกล้ชิด ด้วยท่าที่ที่ขัดกับเจตนาทำให้ในหลายๆครั้งตัวละครที่อยู่รายล้อมก็วางตัวไม่ถูก เช่น ตอนบังคับให้ชุยแป๊ะจัวบอกทางไปหามู่หยงฟู่

ชุยแป๊ะจัวกับก่วยงังจือเห็นคิวม่อตี่มีฝีมือสูงเยี่ยมปานนี้ แต่ท่าทีอ่อนโยน คิดแตกหักก็ใช่ที่ ไม่แตกหักก็ใช่ที่
เล่ม 2 หน้า 32

          น่าเสียดายที่เวลาทำออกมาเป็นหนังทีวี หลายเวอร์ชั้นกลับให้จิวหมอจื้อมีบุคลิกท่าทางออกมาดูเป็นตัวร้ายอย่างชัดเจนทำให้เสนห์ของตัวละครนี้ขาดหายไป

          ในด้านสติปัญญา ความรู้ความสามารถจิวหมอจื้อก็ไม่แพ้ใคร ท่านมีปัญญาสูงส่งศึกษาหลักธรรมอย่างลึกล้ำ แตกฉานวิชาสันสกฤต มีความรู้ในเชิงหมากล้อม สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว เช่นตอนที่อาจูอาเพ็กพาต้วนอี้หนีลงเรือ จิวหมอจื้อพายเรือไม่เป็น แต่เพียงอึกใจเดียวก็สามารถศึกษาเรียนรู้ได้เอง อาเพ็กยังอดชื่นชมไม่ได้

อาเพ็กทอดถอนใจกล่าวว่า "ไต้ซือท่านนี้ชาญฉลาดจริงๆ เรื่องราวที่ไม่รู้สามารถเรียนรู้ได้ในบัดดล"
เล่ม 2 หน้า66

วรยุทธ จิวหมอจื้อ

          วิชาประจำตัวของจิวหมอจื้อคือ ดาบเปลวอัคคี แต่ก็รอบรู้ในวิชาอื่นๆอีกหลายแขนง เช่นสามารถใช้พลังเสียงสะกดจิตผู้คนได้ ท่านมีปัญญาแหลมคม นับแต่เยาว์วัยก็ได้รับประสบการณ์พิสดาร ในชีวิตไม่เคยพ่ายแพ้แก่ผู้คน พอออกจากประเทศโท่วฮวง ก็เอาชัยผู้อาวุโสโกวย้งและเหล่าหลวงจีนวัดมังกรฟ้าประเทศไต้ลี้ และยังคิดมาล้มวัดเส้าหลินด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย

          จิวหมอจื้อ แต่เดิมมีพลังฝีมือสูงอยู่แล้ว เมื่อได้พบกับมู่หยงป๋อโดยบังเอิญ เกิดถูกชะตา มู่หยงป๋อได้มอบเคล็ดวิชาเส้าหลินทั้ง 72 วิชาให้ จิวหมอจื้อก็ศึกษาจนหมดสิ้น เพียงแต่นั่นมิใช้การศึกษาอย่างถ่องแท้เพียงล่วงรู้กระบวนท่าโดยผิวเผิน สิ่งที่ทำให้แสดงวิชาของเส้าหลินออกได้อย่างคล้ายเหมือนกลับเป็นพลังไร้ลักษณ์น้อยของสำนักสราญรมย์ ที่จิวหมอจื้อแอบขโมยฝึกปรือ

          จิวหมอจื้อมีพลังยุทธที่สูงแต่ฉากการต่อสู่นั้นก็ไม่ได้มากมายนัก การต่อสู่ครั้งใหญ่ๆ นอกจากครั้งแรกที่เปิดตัวเอาชนะ 6 ยอดฝีมือวัดมังกรฟ้า ก็ข้ามมาเป็นตอนบุกเส้าหลินและได้ต่อสู่กับซีจุ๊เลย ในเรื่องมีช่วงตอนหนึ่งบอกไว้ว่า จิวหมอจื้อเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุค

หลวงจีนฮือเต็กตั้งใจขจัดยันต์เป็นตายให้แก่สามสิบหกเจ้าของถ้ำเจ็ดสิบสองเกาะ คร่ำเคร่งฝึกวิชาหัตถ์หกสุริยันเทียนซัว ภายหลังลงสู่ห้องศิลาใต้ดินของวังคฤธรศักดิ์ศิทธิ์ ศึกษาภาพวาดบนผนังช่วยให้ได้คิดปรุโปร่ง แต่เขาไม่เคยใช้กระบวนท่ากับผู้คน พอลงมือก็เผชิญกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุค มาตรแม้นมีเพลงฝ่ามือสูงเยี่ยม มีกำลังภายในกล้าแข็ง แต่ใช้ออกเพียงสองสามส่วนเท่านั้น
เล่ม 4 หน้า 501

ลมฝ่ามือของคิวม่อตี่ยิ่งมายิ่งเกรี้ยวกราด หลวงจีนฮือเต็กเพียงคิดป้องกันตัว ทุกกระบวนท่าล้วนต้านรับ เห็นฝ่ายตรงข้ามมีพลังฝีมือเหนือล้ำกว่าตัวเองสิบเท่า เพียงใช้มือเดียวจู่โจมก็ร้ายกาจปานนี้ หากปล่อยให้ท่านใช้ทั้งสองมือ ตัวเองคงต้องจบชีวิตแน่นอน ดังนั้นคว้าจับข้อมือซ้ายของท่านไว้อย่าไม่คิดชีวิต มิให้ท่านใช้ฝ่ามือได้
เล่ม 4 หน้า 501

          ระดับฝีมือของจิวหมอจื้อคาดว่าไม่ด้อยไปกว่าพวกอันดับต้นๆของเรื่องเช่น เฉียวฟง เซียวหยวนซาน มู่หยงป๋อ เพราะเคยประทะกับ เซียวหยวนซาน 1 กระบวนท่า ไม่ปรากฎผลแพ้ชนะ

คิวม่อตี่ถลันจากด้านข้าง ยกสองมือปิดป้อง เสียงปงเมื่อลมหมัดพลังฝ่ามือปะทะกัน ฝุ่นละอองบนหลังคาร่วงพรูลงมา ผลจากการปะทะไม่อาจพิสูจน์ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงได้
เล่ม 4 หน้า 151

          ในช่วงท้ายเรื่องได้ประทะกับมู่หยงฟู แสดงออกถึงระดับพลังฝีมือที่ต่างกันแบบเทียบไม่ติด

คิวม่อตี่มีกระบวนท่าพิศดารอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อน ต่อยหมัดถึงกลางคันก็กลับกลายเป็นดรรชนี ยื่นมือตะปบออก พอใกล้ตัวก็กลายเป็นฝ่ามือ
เล่ม 5 หน้า 299

ม่อย้งฮกรู้สึกละลานตาวูบ ทั่วสี่ทิศแปดทางเต็มไปด้วยเงาร่างของคิวม่อตี่ เตะกราดมาจากทางซ้าย ต่อยหมัดมาจากทางขวา ฟาดฝ่ามือจากทางด้านหน้า ทิ่มดรรชนีมาจากด้านหลัง กระบวนท่าต่างๆ ประเดประดังมา ไม่ทราบปิดป้องอย่างไร ได้แต่ร่ายรำสองมือ เพียงรับโดยไม่รุก
เล่ม 5 หน้า 299

          ภายหลังยังได้แย่งชิงคับภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นมาจากโหยวตั้นจือ ท่านแตกฉานวิชาสันสกฤตจึงศึกษาวิชานี้ได้ แต่นั่นกลับเป็นเภทภัยมากกว่าวาสนา ฝึกผิดลำดับขั้นตอนเป็นเหตุให้ธาตุไฟเข้าแทรก

จุดจบของ จิวหมอจื้อ

          จิวหมอจื้อแม้ฉลาดหลักแหลมยังคงหลงกลของมู่หยงป๋อ ที่แท้ที่มู่หยงป๋อมอบ 72 ยอดวิชาของวัดเส้าหลินให้นั้น หนึ่งเพื่อใช้เป็นเครื่องทดสอบว่าเมื่อฝึกจนหมดสิ้นจะเกิดเภทภัยอันใด สองเพื่อให้เพาะความแค้นกับวัดเส้าหลิน จุดชะนวนพิพาทระหว่างประเทศโท่วฮวงกับแผ่นดินซ้อง เพื่อที่มู่หยงป๋อจะได้กู้ชาติได้สะดวกขึ้น

          ด้วยพื้นฐานพลังฝีมือที่สูงล้ำ ผลเสียจากการฝึก 72 ยอดวิชายังไม่หนักหนา แต่พอฝึกคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นด้วย เป็นการฝึกผิดลำดับขึ้นตอนจึงเกิดธาตุไฟเข้าแทรก ตัวละครที่เก่งกาจตัวนี้กลับพบกับเภทภัยด้วยความละโมบของตัวเอง เป็นเหตุบังเอิญที่ต้วนอี้ได้ดึงดูดกำลังภายในของจิวหมอจื้อมาหมดสิ้น แม้จะต้องสูญเสียพลังฝีมือที่ฝึกปรือมาหลายสิบปี แต่ก็สามารถมีชีวิตรอดจากธาตุไฟเข้าแทรกได้

          จุดจบของจิวหมอจื้อนั้นมิได้ย่ำแย่ โดยเนื้อแท้จิวหมอจื้อไม่ถึงกับเป็นคนที่มีจิตใจชั่วร้าย ท่านความจริงมีปัญญาสูงส่งศึกษาหลักธรรมอย่างลึกล้ำ เพียงแต่พอฝึกปรือพลังฝีมือ ก็มีความคิดเอาชัยรุนแรง ห่างเหินจากการฝักไฝ่ทางธรรม เมื่อสูญเสียวรยุทธหวนนึงถึงพฤติการณ์ในหลายสิบปีมานี้ทั้งละอายทั้งเศร้าเสียใจ ในที่สุดกลับใจได้ จุดจบของจิวหมอจื้อมีอธิบายไว้ตามนี้

คิวม่อตี่ได้คิดรู้แจ้ง สำเร็จเป็นมหาสมณะแห่งยุค หลังจากนั้นแปลพระสูตรจากชมพูทวีปเป็นภาษาทิเบต เผยแพร่พระพุทธศาสนาส่งเสริมผู้คนมากมายสุดคณานับ ภายหลังพุทธศาสนาของชมพูทวีปตกต่ำ พระสูตรไตรปิฎกกระจัดกระจายสูญหาย กลับเก็บรักษาอยู่ที่ทิเบตมากที่สุด ล้วนเป็นความดีความชอบของคิวม่อตี่ทั้งสิ้น
เล่ม 5 หน้า 343
หากต้องการนำข้อมูลออกไป กรุณาให้เครดิตและทำ link กลับมาที่เว็บนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
http://www.yodyut.com/63/ธรรมจักรใหญ่-จิวหมอจื้อ
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง