เข้าระบบอัตโนมัติ

เปรียบเทียบความงามของตัวละครหญิงใน 8 เทพอสูรมังกรฟ้า

มู่หว่านชิง, จงหลิง, หวังอวี่เยี่ยน, อาจู, อาเพ็ก, อาจี่, คังเหมี่ยน, หม่าฮูหยิน

          ในเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้ามีสาวงามอยู่มากมาย แต่ละนางก็งามแตกต่างกันไป ในบทความนี้จะรวมรวมบทบรรยายความงามของตัวละครหญิงในเรื่องมาให้เปรียบเทียบกัน


จงหลิง (เจ็งเล้ง)

          สาวงามคนแรกที่ปรากฏในเรื่องคือ จงหลิง (เจ็งเล้ง) มีบทบรรยายที่กล่าวถึงดังนี้
ส่วมใส่อาภรณ์เขียวสดใสใบหน้ายิ้มแย้มพริ้งพราย
เห็นจันทราเพิ่งลอยพ้นขอบฟ้า ส่องต้องใบหน้าสีขาวอมแดงของนาง ยิ่งขับเน้นถึงความงามสะคราญ
ตวนอื้อค่อยฟื้นคืนสติมาอย่างแช่มช้า รู้สึกกลางหลังอิงแอบกับความนุ่มนิ่ม จมูกสูดได้กลิ่นหอมรวยริน พอลืมตาขึ้นเห็นเจ็งเล้งเบิกตากลมกระจ่างทั้งคู่มองมาอย่างร้อนรุ่ม
ตวนอื้อเห็นนางยืนอยู่เบื้องหน้าของตัว ห่างกันเพียงเชียะเศษ พวยพุ่งลมหายใจหอมกรุ่นดุจกล้วยไม้ ยิ่งพิศยิ่งงดงามซึ้งใจ ยามกระทันหันไม่อาจหักใจจากไป
นางใบหน้ากลม ข้างแก้มมีรอยลักยิ้มเล็กๆ กลับเป็นเจ็งเล้ง
เจ็งเล้งซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง ใบหน้าพลอยแปดเปื้อนเถ้าฝุ่น ดวงตาทั้งคู่กลับดำขลับประดุจนิล สุกใสราวน้ำค้างกลางหาว

          จงหลิง มีบทพูดถึงความงามไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นความรู้สึกในมุมมองของต้วนอี้



หวังอวี่เยี่ยน (เฮ้งงื่อเอียง)

          หวังอวี่เยี่ยน เป็นนางเอกของเรื่อง สาวงามที่ต้วนอี้ลุ่มหลงอย่างหนักหนาสาหัสไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจถอนตัวถอนใจออกหากจากนางได้ ในเรื่องมีบทบรรยายความงามของนาง ผ่านมุมมองของต้วนอี้ไว้ดังนี้
"เสียงทอดถอนหายใจนี้น่าฟังถึงเพียงนี้ ในโลกไหนเลยมีสุ้มเสียงเช่นนี้ได้"ต้วนอื้อได้ยินเสียงถอนหายใจก็สะท้านหวั่นไหวแล้ว รอจนได้ยินคำพูดสองประโยคนี้ ถึงกับเลือดลมระอุพลุ่งพล่าน ในใจบังกิดความขื่นขมอิจฉาเลื่อมใสอย่างบอกไม่ถูก
รู้สึกว่าข้างกายสตรีนางนี้คล้ายปกคลุมด้วยหมอกควันบางเบา มิใช่คนในโลกีวิสัย
หญิงสาวเบื้องหน้ามีข้อแตกต่างกับรูปปั้นหยกในถ้ำศิลาอยู่บ้าง รูปปั้นหยกเฉิดฉายพริ้งพรายแฝงท่วงท่าคร่าขวัญสะกดวิญญาณ หญิงสาวเบื้องหน้ากลับเรียบร้อยสำรวม แฝงความไร้เดียงสา
ครั้งกระโน้นยอดกวีลี้แป๊ะใช้ดอกรักเร่เปรียบเปรยความงามของพระสนมเอี้ยกุ้ยฮุย หากว่าท่านมีวาสนาพบเห็นเสียวเจี้ยะ จะทราบว่าไม้ดอกแม้งดงามแต่ปราศจากเจ้าแง่แสนงอน แราศจากถ้อยคำอ่อนโยน ปราศจากรอยยิ้มปิติ ปราศจากความหม่นหมองศี ไม่อาจทัดเทียมเปรียบได้จริงๆ
ต้วนอื้อเห็นนางใช้นิ้วชี้ข้างซ้ายที่เรียวงาม ชี้ไปบนหลังมือข้างขวาที่ขาวละเอียดอ่อน รู้สึกลำคอแห้งผาก สมองหมุนมึนงง

          นอกจากต้วนอี้ ตัวละครอื่นที่เอ่ยถึงความงามของ หวังอวี่เยี่ยน ก็มีอยู่บ้าง เช่น ตอนฮุ้นตงเฮาะต่อสู้อยู่ หวังอวี่เยี่ยน ให้คำแนะนำเรื่องกระบวนท่า ฮุ้นตงเฮาะหันมามอง กล่าวว่า
"ทารกหญิงงดงามยิ่ง ที่หายากยิ่งกว่าคือมีสายตาแหลมคมสามารถเป็นภรรยาของเรา"

          มู่หยงฟู่ แม้จะไม่ค่อยให้ความสนใจ หวังอวี่เยี่ยน เท่าใด เพราะใจคิดแต่เรื่องกู้ชาติ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะมองข้ามความงามของนางไปเสียหมด มีอยู่บางช่วงตอนที่ มู่หยงฟู่ ก็ชื่นชมความงามของนางเช่นกัน
ยามนี้เห็นนางวิงวอนขอร้องใต้แสงจันทร์สาดส่อง ปรากฏโกวเนี้ยที่งามงดเช่นนี้แสดงความรักต่อมันถึงเพียงนี้อดหวั่นไหวใจมิได้



หวังอวี่เยี่ยน ปี 1996

หวังอวี่เยี่ยน ปี 2003

หวังอวี่เยี่ยน ปี 2013


มู่หว่านชิง (บักอ้วงเช็ง)

          หญิงสาวที่มีการกล่างถึงความงามมากที่สุดในเรื่องกลับมิใช่นางเอกของเรื่อง แต่เป็น มู่หว่านชิง(บักอ้วงเช็ง) หนึ่งในสาวน้อยที่หลงรักต้วนอี้ ในบทประพันธ์มีกล่าวถึงความงามของเธอตลอดทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีครั้งไหนเลยที่ตัวละครตัวนี้ออกมาแล้วจะไม่มีกล่าวถึงความงาม ไม่ว่าจะไปที่ไหนไปพบกับใคร ตัวละครต่างๆที่ได้พบเจอจะต้องชื่นชมในความงดงามของเธอ



          ในช่วงแรกก็จะเป็นต้วนอี้ ที่ชื่นชมในความงาม ตั้งแต่ยังเห็นเพียงบางส่วน เพราะ มู่หว่านชิงจะมีผ้าคลุมหน้าอยู่
ยามนี้ตวนอื้อเพิ่งเผชิญหน้ากับนางโดยตรง เห็นบนใบหน้านางคลุมผ้าสีดำผืนหนึ่ง เพียงเจาะช่องนัยน์ตาสองรู ตากระจ่างจ้าทั้งคู่ดำขลับดุจนิลพวยพุ่งมาที่ตน
อาทิตย์ลอยอยู่กลางฟ้า แสงแดดอันเจิดจ้าพอดีส่องต้องหน้าซีกล่างของนาง ตวนอื้อเห็นปลายคางของนาง เรียวแหลม มีผิวละเอียดอ่อน เรียบลื่นเป็นประกายเช่นเดียวกับแผ่นหลัง ไม่มีรอยฝีดาษแม้สักครึ่งจุด ปากน้อยๆ รูปกระจับสวยงาม ริมฝีปากบางเบาฟันซี่เล็กๆ ทั้งสองแถวคล้ายหยกละเอียด อดหวั่นไหวใจมิได้
ขณะครุ่นคิด น้ำลำธารไหลลงจากร่องนิ้วกระเซ็นใส่ ครึ่งซีกหน้าของบักอ้วงเช็งเต็มไปด้วยหยดน้ำ คล้ายแผ่นหยกรองรับไข่มุก เกล็ดน้ำค้างบนกลีบบุปผาก็มิปาน

          เมื่อต้วนอี้ได้เห็นใบหน้าของ มู่หว่านชิง หลังเปิดผ้าคลุมออก
ตวนอื้อสะท้านทั้งร่าง ที่ปรากฏเบื่องหน้าคล้ายจันทราทอแสงนวลใย ดั่งพฤกษาดอกไม้สุมหิมะ ใบหน้าสวยซึ้งผุดผาด เพียงแค่ซีดขาวเกินไปไม่มีสีเลือดแม่แต่น้อย คาดว่าเป็นเพราะนางคลุมหน้าอยู่ชั่วนาตาปี ริมฝีปากบางเบาทั้งสองข้างก็มีสีเลือดอ่อนจาง ตวนอื้อรู้สึกว่านางอ่อนหวานนุ่มนวลชดช้อยชวนเวทนา ไหนเลยเป็นนางมารที่ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา
ตวนอื้อยื่นมือโอบเอวอ้อนแอ้นของนาง รู้สึกลื่นนุ่มราวไร้กระดูกต้องหวั่นไหวใจอีกครา ก้มศีรษะจุ่มพิตริมฝีปากของนาง ในชีวิตของเขานี่เป็นครั้งแรกที่จุมพิตอิสตรี ไม่กล้าจุมพิตนานไป รีบถอนศีรษะมาด้านหลังเหม่อมองใบหน้างามซึ้งของนางอย่างซึมเซา "น่าเสียดายข้าพเจ้าไม่อาจมีชีวิตยืนยาว ใบหน้าที่งดงามเช่นนี้มีโอกาสได้เห็นไม่นานนัก" บักอ้วงเช็งพอถูกจุมพิตคราหนึ่ง หัวใจก็เต้นตูมตาม สองข้างแก้มแดงซ่านด้วยความเอียงอาย ทำให้ใบหน้าที่ไร้สีเลือด เพิ่มความเฉิดฉันอีกสามส่วน



          ต่อมาเมื่อถูกพวก 4 คนโฉดจับตัวไป เยวี่ยเอ้อเหนียง (เอี๊ยบยี่เนี้ย) เห็นเพียงดวงตาที่เป็นสิ่งที่ผ้าคลุมไม่ได้คลุมอยู่ ยังอดอิจฉามิได้
ดวงตาของนางคู่นี้งามซึ้งยิ่งเป็นที่อิจฉาเลื่อมใสของผู้คนนัก เราปรารถนาใคร่มีดวงตาเช่นนี้คู่หนึ่ง ขอควักลูกตานางออกมาก่อน

          ต่อมาฮุ้นตงเฮาะ หนึ่งใน 4 คนโฉด ก็กระชากผ้าคลุมหน้าหลุดออก
ฮุ้นตงเฮาะพอเห็นรูปโฉมอันงดงามของนางอดตะลึงลานมิได้หัวเราะอย่างชั่วช้าลามก กล่าวว่า "โกวเนี้ยน้อยงามหมดจดนัก เพียงแต่ไม่ยั่วยวนกวนสวาท ขาดความสมบูรณ์พร้อม"

          หลังจากหนีการตามล่าของ ฮุ้นตงเฮาะ มาพบกับมารดาของต้วนอี้ มารดาของต้วนอี้ก็ชื่นชมในความงาม
พลางเบือนหน้ามาสำรวจบักอ้วงเช็ง ส่งเสียงดังอืมม์ กล่าวว่า "โกวเนี้ยนี้งดงามจริงๆ เพียงแต่ดุร้ายเกินไป สมควรอบรมสั่งสอนจึงถูกต้อง"

           พอทั้งหมดเดินทางกลับไปที่วัง พบ ต้วนเจิ้งฉุน บิดาของต้วนอี้
เจ้าสยบทักษิณพอเห็นสีหน้าบุตรชายก็ล่วงรู้ความนัย เห็นบักอ้วงเช็งมีหน้าตาหมดจดงดงาม ต้องลอบชมเชยบุตรชายตาแหลมคม

           มู่หว่านชิง หายจากเรื่องไปพักหนึ่ง และกลับมาอีกครั้งในตอนที่นางกับมารดาของนาง มาตามล่า หย่วนซิงจู๋ (ง้วนแชเต็ก) มารดาของ อาจู กับ อาจี่ และก็เหมือนเดิม แทบทุกตัวละครที่ได้พบกับ มู่หว่านชิง มักจะชื่นชมในความงาม
นางเหลียวหน้ามอง เห็นคนกล่าววาจาเป็นสตรีกลางคนนางหนึ่ง ที่ข้างกายนางยังมีหญิงสาวชุดดำนางหนึ่ง ทั้งสองล้วนมีใบหน้าหมดจด โดยเฉพาะหญิงสาวชุดดำงามงดเป็นพิเศษ



มู่หว่านชิง ปี 1996

มู่หว่านชิง ปี 2003

มู่หว่านชิง ปี 2013


อาปี้ (อาเพ็ก)

          สาวงามอีกคนในเรื่อง ในบทบรรยายกล่าวไว้ถึงความงามของอาเพ็กในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้อาเพ็กงดงามยิ้งขึ้น น่าจะเป็นกิริยาท่าทางที่นุ่มนวลอ่อนหวาน
เห็นมือเรียวงามของหญิงสาวนางนั้น ผิวนวลเนียนประดุจหยก ใต้ระลอกเขียวขับสะท้อนคล้ายโปร่งใสก็ปาน
ชุยแป๊ะจั้วกับก่วยงังจือแม้เผชิญศัตรูเข้มแข็งยังอดเหลียวมองนางแวบหนึ่งมิได้
สุ้มเสียงไพเราะอ่อนหวาน สร้างความปลอดโปร่งแก่ผู้รับฟัง หญิงสาวนางนี้มีอายุสิบหกสิบเจ็ดปี สีหน้าอ่อนโยนนุ่มนวล รูปกายสดใสงดงาม
เห็นอาเพ็กเม้มปากหัวร่อ ชะม้ายมองมาที่ตัวเอง ผิวพรรณของนางขาวราวกระจับที่สดใหม่ มุมปากมีไฝดำเม็ดเล็กๆ ยิ่งเพิ่มความคมขำกว่าเดิม

           ในเรื่องมีการเปรียบเทียบความงามของ อาเพ็ก กับ มู่หว่านชิง ผ่านสายตาของต้วนอี้ ตามความตอนนี้
ตวนอื้อครุ่งคิดขึ้น คิดไม่ถึงสตรีแดนกังหนำ กลับงดงามถึงเพียงนี้ ซึ่งความจริงหญิงสาวชุดเขียวนี้ ไม่ได้งดงามถึงที่สุด ยังสู้บักอ้วงเช็งไม่ได้ แต่รูปโฉมโนมพรรณแปดส่วน บวกกับความอ่อนโยนนุ่มนวลสองส่วน ทำให้ไม่เป็นรองหญิงงามสิบส่วน


อาจู

           อาจูเป็นนางเอกอีกคนของเรื่อง
อาเพ็กสวมเสื้อผ้าสีเขียวอ่อน ยืนรอรับแขกอยู่ ที่ข้างกายยืนไว้ด้วยหญิงสาวชุดสีชมพูนางหนึ่ง อยู่ในวัยสิบหกสิบเจ็ดปีเช่นกัน คล้ายยิ้มคล้ายไม่เชิงยิ้ม สีหน้าแฝงแววซุกซน อาเพ็กมีใบหน้ารูปแตง งามอย่างสดใส หญิงสาวนางนี้มีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลอกกลิ้งประเปรียวเป็นเสนห์ความงามอีกแบบหนึ่ง
ตวนอื้อสั่นศีรษะ กล่าวว่า "ล้วนมิใช่ ข้าพเจ้าเพียงเห็นว่าเทพยดาฟ้าดินมีความสามารถนัก กลับเนรมิตหญิงงามเช่นอาเพ็กเจ้เจ๊ รวมความงามสดใสของแดนกังหนำอยู่ในร่างเดียวนับว่าหมดจดมากแล้ว มิคาดยังสามารถสร้างสรรค์อาจูเจ้เจ๊อีกคนหนึ่งทั้งสองมีรูปโฉมผิดแผก ต่างความน่าดู ทำให้ข้าพเจ้าคิดชมเชยสักหลายคำ จนใจที่ไม่สามารถกล่าวจากปากได้"
อาจูความจริงไม่ชมชอบดื่มสุรา แต่เพื่อเพิ่มรสชาติให้แก่เซียวฮง จึงฝืนใจดื่มเป็นเพื่อนหลายจอก ทำให้ใบหน้าแดงซ่าน เพิ่มความวาบหวามกว่าเดิม




คังเหมี่ยน, หม่าฮูหยิน (เบ๊ฮูหยิน)

           อีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่อง คังเหมี่ยน หรือ หม่าฮูหยิน ผู้เปลี่ยนชะตาชีวิตของเฉียวฟงไปอีกด้านหนึ่ง
ยามนี้อาทิตย์สนธยาใกล้ลับฟ้าแสงสีเรื่อเหลืองส่องต้องใบหน้านาง เซียวฮงค่อยดูออกว่าหางตานางมีรอยย่นเล็กน้อยอยู่ในวัยสามสิบห้าสามสิบหกปี ใบหน้าไม่พอกแป้งแต้มชาด ผิวพรรณขาวนวลเนียน ความงามคล้ายไม่ด้อยกว่าอาจู
เซียวฮงรู้สึกว่าสุ้มเสียงนางอ่อนนุ่มพัวพัน พอกระทบโสตชวนวาบหวามพรากวิญญาณหลุดลอยจากร่าง แต่นางคล้ายกล่าววาจาจากใจไม่ได้มีจริตมารยา ในชีวิตของเขาผ่านพบผู้คนมาไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าในโลกมีสตรีที่ทรงเสนห์ถึงเพียงนี้ อดหน้าแดงวูบมิได้ เขาเคยพบเห็นชู้รักของตวนเจี่ยซุ้งอีกสองนาง ฉิ้งอั้งมี้โอ่อ่าผ่าเผย ง้วนแชเต็กสดใสร่าเริง เบ๊ฮูหยินนี้กลับนุ่มนวลถึงขีดสุด หยาดเยิ้มถึงที่สุด

           ตัวของคังเหมี่ยนเองก็ถือดีในรูปโฉมของตนเป็นหนักหนา
ไม่ว่านักสู้ผู้กล้าใด ล้วนมองดูเราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคนที่สูงด้วยวัย ก็ลอบแอบดูเรา มีแต่ท่าน...เฮอะ บรุษนับพันในงานชุมนุมร้อยบุปผา มีแต่ท่านที่ไม่มองดูเรา งานชุมนุมร้อยบุปผาที่เมืองลกเอี้ยง ในลูกผู้ชายถือท่านอยู่อันดับหนึ่ง ท่านกลับไม่แยแสเหลือบแลเรา ต่อให้เราถือดีในรูปโฉมกว่านี้ จะมีประโยชน์ใด




อาจี่ (อาจื่อ)

           อาจี่ น้องสาวของ อาจู หญิงสาวที่เป็นที่ลุ่มหลงของ อิ้วถั่งจือ ในเรื่องมีบอกลักษณะของ อาจี่ ไว้ดังนี้
นางสวมเสื้อสีม่วง มีอายุเพียงสิบห้าสิบหกปียังเยาว์วัยกว่าอาจูสองปี ตากลมโตดำขลับ เปี่ยมแววกลอกกลิ้งซุกซน

           อาจู เห็น อาจี่ ครั้งแรกก็ถูกชะตา
"เจ้เจ๊ผู้นี้รูปโฉมงดงาม ข้าพเจ้าชมชอบท่านยิ่ง" "ท่านก็มีรูปโฉมงดงาม ข้าพเจ้ายิ่งชมชอบท่าน"

           ผู้ที่ลุ่มหลงต่อ อาจี่มากที่สุดคงหนี่ไม่พ้น อิ้วถั่งจือ
อิ้วถั่งจือพลันพบเห็นหญิงสาวที่สดใสงดงามเช่นนี้นางหนึ่ง ต้องตะลึงลานวูบ ไม่อาจกล่าววาจาได้
อิ้วถั่งจือเห็นเท้าน้อยๆ ที่ขาวผ่องของนางนวลเนียนประดุจหยก นุ่มนิ่มดังแพรพรรณ หัวใจถึงกับเต้นถี่เร็ว จับจ้องมองเท้าของนางทั้งคู่ เห็นสีเนื้อบนหลังเท้าของนางคล้ายปร่งใส เผยเห็นเอ็นเขียวหลายเส้น ในใจคิดยื่นมือลูบคลำสักหลายครา

           ตอนปลอมตัวเป็นชาย แกล้ง ซีจุ๋
นั่งไว้ด้วยชายหนุ่มชุดเขียว คิ้วเรียวตาสุกใส ผิวพรรณขาวสะอาด หน้าตางดงาม อายุสิบเจ็ดสิบแปดปีผู้หนึ่ง

           ตอนนี้ในช่วงที่ตาบอด
คนบนหลังม้าซ้ายมือเป็นหญิงสาวชุดม่วงนางหนึ่ง นางมีใบหน้าหมดจดงดงามแต่ลูกตาทั้งคู่หมองมัวไร้ประกาย




สรุปการเปรียบเทียบความงาม

          จงหลิงนั้นถูกบรรยายความงามเพียงแต่ในสายตาของต้วนอี้เท่านั้น ในเนื้อเรื่องทั่วไปไม่ค่อยมีพูดถึง อาจี่ เป็นที่ลุ่มหลงของ อิ้วถั่งจือ มาก แต่ในบทบรรยายตอนอื่นไม่ได้ถูกกล่างถึงความงามเป็นพิเศษ

           อาเพ็กกับอาจู ในความเห็นของต้วนอี้รู้สึกว่า งดงามทั้งคู่ แต่ไปในแนวทางที่ต่างกัน ดังนั้นถือว่าอยู่ในระดับเดียวกัน ส่วนคังเหมี่ยน แม้จะอายุไม่น้อยแล้ว แต่เฉียงฟงเปรียบเทียบไว้ว่า งามไม่แพ้อาจู ดังนั้น 3 คนนี่ น่าจะถือว่างามในระดับเดียวกัน

           มู่หว่านชิง ดูน่าจะงามกว่า 5 คนที่ผ่านมา วัดจาก ที่ต้วนอี้เห็นว่า อาเพ็ก ยังงามไม่เท่า มู่หว่านชิง

           สุดท้ายคือ หวังอวี่เยี่ยน นางเอกของเรื่อง หวังอวี่เยี่ยน นั้นรูปร่างหน้าตาคล้ายกับรูปปั้นพี่นางฟ้า ถึงแม้ในเรื่องจะไม่ได้มีการพูดถึงความงามของหวังอวี่เยี่ยนมากมายเป็นพิเศษ แต่ต้วนอี้ก็ได้เปรียบเทียบความงามของพี่นางฟ้ากับสาวอื่นค่อนข้างชัดเจน เช่นตอนนี้เปรียบเทียบพี่นางฟ้าว่างามกว่า มู่หว่านชิง
ซิ้งเซียนเจ้เจ๊ในถ้ำศิลางดงามกว่าอ้วงม่วยสิบเท่า หากเราคิดตบแต่งภรรยา มีแต่ตบแต่งซิ้งเซียนเจ้เจ๊ ค่อยไม่เสียทีที่กำเนิดมา

           อีกตอน เป็นช่วงที่ถามอาเพ็กว่าอาจูงดงามเหมือนท่านหรือไม่
"สตรีอัปลักษณ์เช่นข้าพเจ้า นับเป็นอย่างไรได้ อาจูเจ้เจ๊งดงามกว่าข้าพเจ้าสิบเท่า" ตวนอื้อกล่าวว่า "หากงดงามกว่าท่านสิบเท่า คงต้อง... ต้องเป็นซิ้งเซียนเจ้เจ๊ในถ้ำหยกนั้น ขอเพียงมีรูปโฉมใกล้เคียงกับท่าน ก็เป็นหญิงงามที่ยากพบพานแล้ว"

           หากจะแย้งว่านั่นเป็นเพียงในสายตาของต้วนอี้คนเดียว ไม่เห็นคนอื่นในเรื่องจะชื่นชมในความงามซักเท่าไหร่ ก็ยังมีอยู่บางช่วงตอนในเรื่องที่ไม่ใช่เฉพาะในสายตาของต้วนอี้เท่านั้น ในสายตาของ มู่หว่างชิงเอง ก็ยังเห็นว่า หวังอวี่เยี่ยน นั่นงดงาม ดังความตอนนี้
บักอ้วงเช็งล้วนเห็นกับตา เฮ้งงื่อเอี้ยงไม่ทันขึ้นมา นางก็บังเกิดความสะทกสะท้อนรันทด รอจนเห็นรูปโฉมโนมพรรณอันงามพิลาสของเฮ้งงื่อเอียง ยิ่งบังเกิดความลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก

           จึงสรุปว่าในรุ่นเยาว์นี่ หวังอวี่เยี่ยน่าจะงดงามที่สุด มู่หว่านชิง รองลงมา อาเพ็ก อาจู และ คังเหมี่ยน พอๆกัน จงหลิง กับ อาจี่ น่าจะตามมาแบบติดๆ ส่วนในรุ่นใหญ่ บรรดาภรรยาของ ต้วนเจิ้งฉุน ก็ลวนแต่งดงาม ขอแยกกล่าวไว้ในอีกบทความ


หากต้องการนำข้อมูลออกไป กรุณาให้เครดิตและทำ link กลับมาที่เว็บนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
http://www.yodyut.com/53/เปรียบเทียบความงามของตัวละครหญิงใน-8-เทพอสูรมังกรฟ้า
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง