เข้าระบบอัตโนมัติ

ดรรชนีเทพกระบี่หกชีพจร

ต้อนอี้, ตวนอื้อ, ต้วน, ดรรชนี, กระบี่หกชีพจร
          หากถามว่าวิชาดรรชนีใดเป็นวิชาที่ทรงอานุภาพที่สุดในนิยายของกิมย้ง เชื่อว่าหลายท่านคงตอบได้ตรงกันว่าเป็นวิชา ดรรชนีเทพกระบี่หกชีพจร (ลักแมะซิ้งเกี่ยม) ซึ่งเป็นวิชาฝีมือสูงสุดของตระกูลต้วนแห่งไต้ลี้
          ชื่อของวิชาคือ เทพกระบี่หกชีพจร แต่จริงๆแล้วไม่ใช่วิชากระบี่ แต่เป็นวิชาดรรชนี โดยมีพื้นฐานมาจากดรรชนีเอกสุริยันดัดแปลงเป็นพลังกระบี่ เป็นการใช้ลมปราณที่ไร้สภาพแผ่พุ่งออกจากนิ้วมือเป็นกระบี่เสมือน หกชีพจรที่ว่าหมายถึง ชีพจรไท้อิมฮุ่ยเก็ง, เคียกอิมซิมเปาเก็ง, เสียวอิมซิมเก็ง, ไอ้เอี้ยงเสียวตึ้งเก็ง, เอี้ยงเม้งอุ้ยเก็ง, เสียวเอี้ยงซาเจียวเก็ง ซึ่งคือชีพจรที่มือทั้งหก

          วิชานี้แม้แต่กับตระกูลต้วนเองยังถือเป็นวิชาลึกลับ เพราะต้วนเจิ้งหมิงฮ่องเต้แห้งต้าหลี่ รวมถึงบิดาของท่าน ยังทราบเพียงแค่ว่ามีวิชาชื่อเทพกระบี่หกชีพจรเป็นยอดวิชาที่มีอานุภาพไพศาลสุดเปรียบปาน แต่ทราบเพียงว่าเป็นคำร่ำลือ ไม่เคยได้ยินว่ามีบรรพบุรุษท่านใดรู้จักวิชาฝีมือนี้ จนกระทั้งต้วนเจิ้งหมิงได้พาต้วนอี้มารักษาตัวที่วัดมังกรฟ้า จึงได้ทราบจากผู้อาวุโสโกวย้งว่ามีวิชานี้อยู่จริง ซึ่งวิชานี้จะไม่ถ่ายทอดให้ศิษฆารวาทจะศึกษาต้องปลงผมเป็นหลวงจีนเสียก่อน นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม้แต่สกุลต้วนที่เป็นฮ่องเต้ไม่รูจักวิชานี้

          ดรรชนีกระบี่หกชีพจรนี้เน้นวิชากำลังภายในเป็นหลัก ตามเจตนาเดิมของผู้บัญญัติให้คนเดียวใช้พลังกระบี่ทั้งหก แต่เวลาผ่านมาล่วงเลยหลายยุคสมัย พลังฝีมือของผู้คนนั้นเสื่อมถอย ไม่มีผู้ใดเพราะพลังฝึกปรือถึงขั้นนั้น ในเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งทางผู้อวุโสโกวย้งจึงได้พลิกแพลงให้สามารถฝึกคนละ 1 ท่า แล้วค่อยใช้ออกพร้อมกัน โดยผู้ที่ฝึกมีดังนี้

โกวย้ง - กระบี่เสียวเซียง (นิ้วหัวแม่มือ)
ปึ้งอิง - กระบี่เซียงเอี้ยง (นิ้วชี้)
ปึงกวน - กระบี่ตงชง (นิ้วกลาง)
ปึ้งติ้ง - กระบี่กวนชง (นิ้วนาง) - ต้วนเจิ้งหมิง ฝึกนิ้วนี้ ในนั้งสือเขียนผิดว่าเป็นนิ้วกลาง แต่จริงๆฝึกนิ้วนาง
ปึ้งเสียง - กระบี่เสียวชง (นิ้วก้อย)
ปึ้งชำ - กระบี่เสี่ยวเจ่ก (นิ้วก้อยซ้าย)

          แต่ในที่สุดมีผู้ที่สามารถใช้กระบี่หกชีพจรได้ควรทั้ง 6 นิ้ว นั้นคือ ต้วนอี้ (ตวนอื้อ) หนึ่งในพระเอกของเรื่อง เนื่องด้วยต้วนอี้ได้รับประสบการณ์พิศดาร ดูดพลังจากผู้คนมามากมาย ความล้ำลึกของกำลังภายในต้วนอี้นี้ ในโลกยากจะมีผู้เปรียบติด ต้วนอี้จึงเป็นคนเดียวที่ใช้วิชานี้ได้ครบสมบูรณ์ ตามความตอนนี้

วิชาเทพกระบี่หกชีพจรในโลกนี้นอกจากต้วนอื้อแล้วไม่มีบุคคลที่สองเรียนรู้ได้โดยครบสมบูรณ์
เล่ม 3 หน้า 68

          วิชานี้ไม่ถ่ายทอดให้ศิษฆารวาสแต่ต้วนอี้ดูและศึกษาเองจึงนับว่าไม่ผิด แต่เนื่องจากต้วนอี้ไม่มีพื้นฐานวิชาฝีมือ และยังไม่ชอบการฝึกฝนด้านการต่อสู้ ถึงแม้จะเรียนรู้วิชานี้ได้ครบ แต่กลับไม่สามารถใช้ออกได้ตามใจปรารถนา ต้วนอี้ยังคงใช้วิชานี้ได้อย่างกระท่อนกระแทน ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างไปจนจบเรื่อง



คัมภีร์กระบี่หกชีพจร

          คัมภีร์นั้นเก็บอยู่ที่วัดมังกรฟ้า มีผู้อาวุโสโกวย้งและเหล่าหลวงจีนดูแลอยู่ ลักษณะของคัมภีร์จะไม่ได้เป็นเล่มแต่เป็นแผ่นภาพวาด 6 แผ่น วาดบนเนื้อผ้าที่จัดทำจากผ้าแพร ผ่านเวลามานานเลยเป็นสีเหลืองไหม้ เป็นรูปบรุษเปลือย บนร่างกำกับจุดเส้น ใช้เส้นสีดำและสีแดงวาดเส้นทางโคจรพลังไปตามชีพจรทั้งหก ภาพแต่ละใบล้วนมีลายเส้นซับซ้อน ทั้งเส้นตรง วงกลมและรูปโค้ง


          แต่ในที่สุดคัมภีร์นี้ไม่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกแล้ว เพราะผู้อาวุโสโกวย้งได้เผาทำลายคัมภีร์ไปเพื่อปกป้องไม่ให้ จิวหมอจื้อได้ไป



รายละเอียดแต่ละนิ้วของกระบี่หกชีพจร

           ในแต่ละนิ้วนั้นแนวทางลมปราณและการใช้ออกนั้นแตกต่างกัน ในนิ้วของคนทั่วไป นิ้วนางเคอะเขินที่สุด นิ้วชี้คล่องแคล่วที่สุด เพลงกระบี่มีการแบ่งแยกความปราณีต เทอะทะ รวดเร็ว เชื่องช้า แต่ เทอะทะ หรือ เชื่องช้า ก็หาได้ลดทอนอนุภาพลงไม่ รายละเอียดของแต่ละนิวที่มีบรรยายในเรื่องดังนี้

กระบี่เสียวเซียง (นิ้วหัวแม่มือ)

          เป็นไปในแนวทาง แกร่งกร้าวเป็นสภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ผู้อาวุโสโกวย้งเคยใช้กระบี่เสียวเซียงออกจากนิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้าง แยกย้ายจู่โจม 2 ตำแหน่งของ จิวหมอจื้อ จนต้องล่าถอย ต้วนอี้เองตอนสู้กับมู่หยงฟู่ ก็ใช้ กระบี่เสียวเซียง เป็นหลัก เพราะต้วนอี้ยังไม่ชำนาน ใช้นิ้วเดียวจะได้ผลกว่า

กระบี่เซียงเอี้ยง (นิ้วชี้)

          นิ้วนี้เป็นไปในแนวทางประเปรียวยากหยั่งคาด แม้ไม่โอโถงเท่าเพลงกระบี่เสียวเซียงแต่คล่องแคล่วรวดเร็วกว่า ต้วนอี้ใช้นิ้วนี้เป็นนิ้วแรกในการใช้วิชานี้ โดยพุ่งพลังใส่ จิวหมอจื้อ (คิวม่อตี่)

กระบี่ตงชง (นิ้วกลาง)

          เป็นแนวทาง โอ่อ่าผ่าเผย สภาวะอาจหาญ

กระบี่กวนชง (นิ้วนาง)

          อาศัยความคร่ำครึโบราณเข้าเอาชัย ต้วนเจิ้งหมิงฝึกนิ้วนี้

กระบี่เสียวชง (นิ้วก้อย)

          ไม่มีบรรยายไว้

กระบี่เสี่ยวเจ่ก (นิ้วก้อยซ้าย)

          เป็นไปในแนวทาง โฉบเฉี่ยวไปมา เปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดอ่อน ต้วนอี้เคยใช้นิ้วนี้ในการรีดสุราออกจากนิ้ว ในตอนที่ดวนสุรากับเฉียวฟง

อานุภาพของ กระบี่หกชีพจร

           คนใช้กระบี่ล้วนพึ่งพาความคล่องแคล้วของข้อมือ แต่ระหว่างที่ใช้กระบี่รั้งกระบี่ จะอย่างไรมีช่องว่างหลายเชียะ แต่กระบี่หกชีพจรใช้การชี้นิ้วแผ่พุ่งพลังกระบี่ไร้สภาพออก ระหว่างที่จี้พุงทิ้มสกัดย่อมสะดวกกว่ามากนัก วิชานี้มีรากฐานมาจากวิชาดรรชนีเอกสุริยัน ลำพังวิชาดรรชนีเอกสุริยันก็มีอานุภาพเป็นที่เรื่องลืออยู่แล้ว เมื่อต่อยอดเป็นกระบี่หกชีพจร ความลึกล้ำอยู่ในระดับที่ตัวละครระดับที่เก่งที่สุดในเรื่องหลายคนต่างนับถือเลื่อมใส

          ในตอนที่ต้วนอี้สู้กับมู่หยงฟู่ เฉียวฟงที่ชมอยู่ด้านข้างคิดในใจ ตามความตอนนี้

ซาตี๋มีเพลงกระบี่ลึกล้ำปานนี้ หากเราต่อสู้แทนม่อย้งฮกก็ยากจะต้านทานได้
เล่ม 5 หน้า 80

          มู่หยงป๋อ บิดาของ มู่หยงฟู่ หนึ่งในตัวละครที่เก่งที่สุดในเรื่อง ก็ได้ชื่นชมวิชานี้

ม่อย้งผักเคยบอกว่า คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเสียวลิ้มยี่กับเทพกระบี่หกชีพจรของวัดมังกรฟ้า เป็นสุดยอดของวิชาฝีมือ
เล่ม 5 หน้า 168

           ยังมีตัวละครอีกมากมายที่เมื่อได้พบเห็นยอดวิชานี้ต่างนิยมเลื่อมไส ไม่ว่าจะตัวละครอย่าง จิวหมอจื้อ ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับพวก เฉียงฟง มู่หยงป๋อ หรือตัวละครระดับรองๆลงมา นอกจากใช้ในการต่อสู่แล้ว มีหลายช่วงที่อธิบายลักษณะของวิชานี้ไว้ในหลายรูปแบบ เช่นมันสามารถที่จะพุ่งพลังไปสะท้อนกำแพงกลับมาทำร้ายผู้คนได้ หรือตอนต้วนอี้ดวนสุรากับเฉียวฟง สามารถใช้ กระบี่เสี่ยวเจ่ก รีดน้ำสุราออกทางนิ้วก้อยได้



หากต้องการนำข้อมูลออกไป กรุณาให้เครดิตและทำ link กลับมาที่เว็บนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
http://www.yodyut.com/50/ดรรชนีกระบี่หกชีพจร


บทความที่เกี่ยวข้อง
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง